๘๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๗
           ประพฤติประโยชน์หรือสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
           ทั้งในที่ลับทั้งในที่แจ้ง      ไม่กล่าวคำหยาบใน
           กาลไหน ๆ.      ผู้นั้นตายแล้วและยังมีชีวิตอยู่
           ดิฉันก็คบ.  ผู้ใดได้อย่างใดอย่างหนึ่ง   บรรดา
           คุณความดีเหล่านั้นแล้ว       เป็นผู้มีปัญญาน้อย
           มัวเมาสิริอันเป็นที่น่าใคร่   ดิฉันต้องเว้นผู้นั้น
           ผู้มีรูปลักษณะร้อนรน   ประพฤติไม่สม่ำเสมอ
           เหมือนคนเว้นคูถฉะนั้น.     คนสร้างโชคด้วย
           ตนเอง  สร้างเคราะห์ด้วยตนเอง  ผู้อันจะสร้าง
           โชคหรือเคราะห์ให้ผู้อื่นไม่ได้เลย.
         คำถามเป็นของเศรษฐี. ส่วนคำตอบเป็นของสิริเทพธิดา
         บรรดาบทเหล่านั้น  ในบทว่า  ฑํสสิรึสเป  จ   เหลือบเขาเรียกว่า
ฑํสะ   อีกอย่างหนึ่ง   กำเนิดแมลงวันทุกชนิด   เทพธิดาประสงค์เอาว่า
ฑํสะ   ในที่นี้.   กำเนิดสัตว์เลื้อยคลานเรียกว่า   สิรึสปะ.   ทิ้งเหลือบ
ทั้งสัตว์เลื้อยคลาน   ชื่อว่า  ฑํสสิรึสปะ  ในเหลือบและสัตว์เลื้อยคลาน
นั้น.   มีคำอธิบายไว้ว่า   ชายมหาเศรษฐีคนใด  เมื่อมีความหนาว  ความ
ร้อน   ลม   แดด   หรือเหลือบและสัตว์เลื้อยคลานถึงถูกอันตรายเหล่านี้
มีความหนาวเป็นต้นเบียดเบียนอยู่     ก็ครอบงำคือย่ำยี      อันตรายแม้
หน้า ๘๖