๘๖๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๖๕
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขมตสฺส  คือ  ขมตทสฺส  ความว่า
ขอพระองค์ได้โปรดอดโทษให้แก่อสัตบุรุษนี้เถิด.  บทว่า  ทุปฺปฏิอานยา
คือ  อันชีวิตของคนที่ตายอันใคร ๆ  ไม่อาจที่จะนำกลับคืนมาได้.
         พระราชาได้ทรงสดับถ้อยคำของโปติกะแล้ว      ก็ทรงยกโทษให้
สาขะ      พระองค์ประสงค์จะพระราชทานตำแหน่งเสนาดีแก่นายโปติกะ
แต่เขาไม่ประสงค์   ลำดับนั้น   พระองค์จึงทรงพระราชทานตำแหน่งขุน
คลัง เพิ่มอำนาจให้มีหน้าที่ตรวจตราราชการทั้งหมด ได้ยินว่า ฐานันดร
เช่นนั้น   แต่ก่อนไม่เคยมีเพิ่งมีขึ้นแต่นั้นมา   ต่อมาท่านขุนคลังโปติกะ
เจริญด้วยบุตรธิดา   กล่าวสอนบุตรธิดาของตนด้วยคาถาสุดท้ายว่า :-
                        ควรคบแต่ท่านนิโครธเท่านั้น     ไม่ควร
           เข้าไปคบเจ้าสาขะอยู่     ตายเสียในสำนักท่าน
           นิโครธประเสริฐกว่า   เป็นอยู่ในสำนักเจ้าสาขะ
           จะประเสริฐอะไร.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนาเรื่องนี้มาแสดงแล้ว ตรัส
ว่า  ดูก่อน.  ภิกษุทั้งหลาย  แม้ในกาลก่อน  พระเทวทัตก็เป็นคนอกตัญญู
อย่างนี้แหละ    แล้วทรงประชุมชาดกว่า    สาขเสนาบดีในครั้งนั้นได้มา
เป็นพระเทวทัตในบัดนี้  โปติกะขุนคลังในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์
ในบัดนี้      ส่วนพระเจ้านิโครธราชในครั้งนั้น      ได้มาเป็นเราตถาคต
ฉะนี้แล.
                             จบ  อรรถกถานิโครธชาดกที่  ๗
หน้า ๘๖๔