๘๖๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๖๙
อรรถกถาตักกลชาดกที่  ๘
         พระศาสดาเมื่อประทับอยู่  ณ  พระวิหารเชตวัน       ทรงปรารภ
บุรุษผู้เลี้ยงบิดาคนหนึ่ง    จึงตรัสเรื่องนี้     มีคำเริ่มต้นว่า   น   ตกฺกลา
สนฺติ   ดังนี้.
         ได้ยินว่า     บุรุษนั้นเป็นลูกคนสุดท้องในตระกูลยากจนตระกูล
หนึ่ง   เมื่อมารดาตายแล้ว   เขาลุกขึ้นแต่เช้า    ทำการปฏิบัติบิดามีให้ไม้
สีฟันแลน้ำบ้วนปากเป็นต้น  จัดอาหารมีข้าวยาคูแลภัตเป็นอาทิ     โดย
สมควรแก่ทรัพย์ที่ตนได้มาด้วยการรับจ้างและการไถ     บำรุงเลี้ยงบิดา
ครั้งนั้น   บิดาพูดกะเขาว่า   ลูกรัก  เจ้าคนเดียวทำการงานทั้งภายในภาย
นอก  พ่อจักนำนางกุลทาริกามาให้เจ้าสักคนหนึ่ง  นางจักได้ช่วยทำการ-
งานในเรือน.  เขากล่าวว่า  ข้าแต่พ่อ ขึ้นชื่อว่าสตรีมาเรือนแล้ว     คงจัก
ไม่ทำความสุขใจให้แก่ฉันและพ่อได้      ขอพ่ออย่าได้คิดเช่นนี้เลยฉันจัก
เลี้ยงดูพ่อจนตลอดชีวิต   เมื่อพ่อล่วงลับไปแล้วฉันจักบวช.    ลำดับนั้น
บิดาได้นำนางกุลทาริกาคนหนึ่งมาให้ทั้ง ๆ  ที่เขาไม่ต้องการเลย  นางได้มี
อุปการะและเคารพยำเกรงต่อพ่อผัวและผัว   ฝ่ายผัวก็ยินดีต่อนางว่า  เป็น
ผู้อุปการะต่อบิดาของตน    จึงนำของที่ชอบ ๆ ใจ   ซึ่งได้มา ๆ มามอบให้
แม้นางก็ได้น้อมนำเข้าไปให้พ่อผัวทั้งสิ้น.
         ต่อมา   นางคิดว่า   สามีของเราได้อะไรมา  ก็มิได้ให้แก่บิดา  ให้
แก่เราผู้เดียวเท่านั้น  เขาคงไม่มีความรักในบิดาเป็นแน่  เราจักใช้อุบาย
หน้า ๘๖๘