๘๖๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๗๐
อย่างหนึ่งทำตาแก่นี้ให้เป็นที่เกลียดชังแห่งสามีเรา     แล้วให้ขับเสียจาก
เรือน.     ตั้งแต่นั้นมา    นางก็ได้ทำเหตุที่ยั่วให้พ่อผัวโกรธ  เป็นต้นว่า
เมื่อจะให้น้ำ   ก็ให้น้ำเย็นเกินไปบ้าง   ร้อนเกินไปบ้าง  ให้อาหารเค็มจัด
บ้างจืดไปบ้าง   ให้ภัตดิบ ๆ  สุก ๆ  บ้าง   แฉะเกินไปบ้าง   ดังนี้     เมื่อพ่อ
โกรธ  นางก็กล่าวคำหยาบว่า  ใครจักอาจปฏิบัติตาแก่นี้ได้.    แล้วก่อการ
ทะเลาะขึ้น     แลแกล้งขากก้อนเขฬะเป็นต้น   ในที่ทั่ว ๆ ไป   แล้วฟ้อง
สามีว่า   ท่านจงดูการกระทำของบิดา    เมื่อฉันกล่าวว่า   พ่ออย่าทำอย่าง
นี้ ๆ   พ่อก็โกรธ   ท่านจะให้พ่ออยู่ในเรือนนี้หรือจะให้ฉันอยู่.    เขาได้
กล่าวกะนางว่า  น้องรัก  เจ้ายังเป็นยาวอยู่อาจที่จะเป็นอยู่ในที่ใด ๆ ก็ได้
พ่อของฉันแก่แล้ว   เมื่อเจ้าไม่อาจอดกลั้นแกได้   ก็จงออกจากบ้านนี้ไป
นางมีความกลัวหมอบลงแทบเท้าพ่อผัวขอขมาโทษว่า   ตั้งแต่นี้ไปฉันจัก
ไม่ทำอย่างนี้อีก.   แล้วนางก็เริ่มปฏิบัติตามปกติดังก่อน.
         ลำดับนั้น    อุบาสกตั้งแต่วันที่ถูกภรรยารบกวนบิดาให้เดือดร้อน
ก็มิได้ไปฟังธรรมในสำนักพระศาสดา   ต่อเมื่อภรรยาดำรงเป็นปกติแล้ว
จึงได้ไป   ที่นั้นพระศาสดาตรัสถามเขาว่า   อุบาสก   เหตุไร ? ท่านจึงไม่
มาฟังธรรมถึง ๗ วัน.    เขาได้กราบทูลเหตุการณ์ให้ทรงทราบ.     พระ-
ศาสดาตรัสว่า   ในกาลนี้เท่านั้นที่ท่านไม่เชื่อถ้อยคำของภรรยา    ไม่ขับ
บิดาออกจากเรือน     แต่ในกาลก่อนท่านเชื่อถ้อยคำของภรรยาของท่าน
นำบิดาไปป่าช้าผีดิบขุดหลุมฝังบิดา  เราตถาคตเกิดเป็นบุตรมีอายุ ๗ ขวบ
หน้า ๘๖๙