| ทั้งหมดนี้ คืออันตรายแม้เหล่านี้มีความหนาวเป็นต้น และความ |
| กระหายมากไว้ได้ ได้แก่ไม่คำนึงถึงอันตรายนี้ เหมือนหญ้าแล้ว |
| ประกอบ คือประกอบตนเป็นไปในกรรมของตนเนือง ๆ มีกสิกรรมและ |
| พาณิชยกรรมเป็นต้น และในทานและศีลเป็นต้นทั้งคืนทั้งวัน. บทว่า |
| กาลาคตญฺจ ความว่า ไม่ให้กิจทั้งหลายมีกิจกรรมเป็นต้นเสื่อมเสีย. |
| ไปในเวลาทำกสิกรรมเป็นต้น และไม่ให้เสื่อมเสียประโยชน์ ที่จะนำ |
| ความสุขมาให้ในปัจจุบันและภายภาคข้างหน้า แยกประเภทเป็นการ |
| บริจาคทรัพย์เป็นต้น ในกาลทั้งหลายมีการบริจาคทรัพย์ การรักษาศีล |
| และการฟังธรรมเป็นต้น คือทำงานในเวลาที่ควรทำนั่นเอง. ชาย |
| เศรษฐีคนนั้นเป็นที่พอใจของดิฉันและดิฉันจะอยู่ประจำกับชายคนนั้น. |
| บทว่า อกฺโกธโน ได้แก่ผู้ประกอบด้วยอธิวาสนขันติ คือความอดทนที่ |
| ยับยั้งอารมณ์ไว้ได้. บทว่า มิตฺตวา ได้แก่ผู้ประกอบด้วยกัลยาณมิตร. |
| บทว่า จาควา ได้แก่ผู้ประกอบด้วยการบริจาคทรัพย์. บทว่า สงฺคาหโก |
| ได้แก่ผู้ทำการสงเคราะห์มิตร การสงเคราะห์ด้วยอามิสและการสงเคราะห์ |
| ด้วยธรรม. บทว่า สขิโล ได้แก่เป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน. บทว่า |
| สณฺหวาโจ ได้แก่เป็นผู้มีถ้อยคำสละสลวย. บทว่า มหตฺตปตฺโตปิ |
| นิวาตวุตฺติ ความว่า ถึงแม้จะดำรงตำแหน่งใหญ่คืออิสริยยศที่กว้าง |
| ขวาง แต่ก็ไม่ผยองด้วยยศ ถ่อมตนทำตามโอวาทของบัณฑิต. บทว่า |
| ตสฺสาห โปเส ความว่า ดิฉันเป็นคนกว้างขวางสำหรับชายคนนั้น. |
| บทว่า วิปุลา ภวามิ ความว่า เราไม่ใช่คนเล็ก ความจริงชายนั้นเป็น |