๘๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๘
ทั้งหมดนี้       คืออันตรายแม้เหล่านี้มีความหนาวเป็นต้น     และความ
กระหายมากไว้ได้     ได้แก่ไม่คำนึงถึงอันตรายนี้       เหมือนหญ้าแล้ว
ประกอบ  คือประกอบตนเป็นไปในกรรมของตนเนือง ๆ มีกสิกรรมและ
พาณิชยกรรมเป็นต้น   และในทานและศีลเป็นต้นทั้งคืนทั้งวัน.  บทว่า
กาลาคตญฺจ    ความว่า   ไม่ให้กิจทั้งหลายมีกิจกรรมเป็นต้นเสื่อมเสีย.
ไปในเวลาทำกสิกรรมเป็นต้น   และไม่ให้เสื่อมเสียประโยชน์    ที่จะนำ
ความสุขมาให้ในปัจจุบันและภายภาคข้างหน้า      แยกประเภทเป็นการ
บริจาคทรัพย์เป็นต้น  ในกาลทั้งหลายมีการบริจาคทรัพย์  การรักษาศีล
และการฟังธรรมเป็นต้น      คือทำงานในเวลาที่ควรทำนั่นเอง.      ชาย
เศรษฐีคนนั้นเป็นที่พอใจของดิฉันและดิฉันจะอยู่ประจำกับชายคนนั้น.
บทว่า  อกฺโกธโน ได้แก่ผู้ประกอบด้วยอธิวาสนขันติ   คือความอดทนที่
ยับยั้งอารมณ์ไว้ได้.  บทว่า  มิตฺตวา  ได้แก่ผู้ประกอบด้วยกัลยาณมิตร.
บทว่า จาควา  ได้แก่ผู้ประกอบด้วยการบริจาคทรัพย์.  บทว่า  สงฺคาหโก
ได้แก่ผู้ทำการสงเคราะห์มิตร  การสงเคราะห์ด้วยอามิสและการสงเคราะห์
ด้วยธรรม.    บทว่า    สขิโล    ได้แก่เป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน.    บทว่า
สณฺหวาโจ  ได้แก่เป็นผู้มีถ้อยคำสละสลวย.    บทว่า   มหตฺตปตฺโตปิ
นิวาตวุตฺติ     ความว่า    ถึงแม้จะดำรงตำแหน่งใหญ่คืออิสริยยศที่กว้าง
ขวาง   แต่ก็ไม่ผยองด้วยยศ   ถ่อมตนทำตามโอวาทของบัณฑิต.    บทว่า
ตสฺสาห   โปเส   ความว่า   ดิฉันเป็นคนกว้างขวางสำหรับชายคนนั้น.
บทว่า  วิปุลา  ภวามิ  ความว่า  เราไม่ใช่คนเล็ก   ความจริงชายนั้นเป็น
หน้า ๘๗