๘๗๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๗๗
         กุมารได้ฟังดังนั้นแล้ว   กล่าวว่า  ข้าแต่พ่อ   ธรรมดาสตรีเมื่อเกิด
โทสะขึ้นข่มไว้ไม่ได้เลย  จึงทำชั่วบ่อย ๆ ควรที่พ่อจะขับแม่ของฉันไปเสีย
ไม่ให้ทำชั่วเช่นนี้อีกได้   แล้วกล่าวคาถาที่   ๙ ว่า :-
                        หญิงชั่วผู้เป็นเมียของพ่อ     เป็นแม่บัง-
           เกิดเกล้าของตัวฉัน     พ่อจงขับไล่ไปเสียจาก
           เรือนของตน  เพราะแม่จะนำทุกข์อย่างอื่นมา
           ให้พ่ออีก.
         นายสวิฏฐกะได้ฟังคำของบุตรผู้เป็นบัณฑิตแล้ว   มีความโสมนัส
กล่าวว่า   เราไปกันเถิดลูก   แล้วขึ้นนั่งบนยานกับบุตรและบิดาไปบ้าน.
         ฝ่ายหญิงอนาจารนั้นก็ร่าเริงยินดีว่า  คนกาลกรรณีออกจากเรือน
เราไปแล้ว.   จึงเอามูลโคสดมาทาเรือนหุงข้าวปายาสแล้วคอยแลดูทางที่
ผัวจะมา    ครั้นเห็นมาทั้ง ๓ คนก็โกรธว่า    พาคนกาลกรรณีที่ออกไป
กลับมาอีกแล้ว.   จึงคำว่า  เจ้าคนร้าย   เจ้าพาคนกาลกรรณีที่ออกไปแล้ว
กลับมาอีกทำไม ?    นายสวิฏฐกะไม่พูดอะไร ๆ    ปลดยานแล้วจึงพูดว่า
คนอนาจาร  เจ้าว่าอะไร ?  แล้วทุบนางนั้นเสียเต็มที่    กล่าวว่า   แต่นี้ไป
เจ้าอย่าเข้ามาเรือนนี้  แล้วจับเท้าลากออกไป   ครั้นไล่ภรรยาไปแล้ว    ก็
อาบน้ำให้บิดากับบุตร  แม้ตนเองก็อาบ  แล้วบริโภคข้าวปายาสพร้อมกัน
ทั้ง  ๓  คน   หญิงใจบาปนั้นไปอยู่เรือนผู้อื่นได้ ๒ , ๓ วัน.
หน้า ๘๗๖