๘๗๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๗๘
         ในกาลนั้น  บุตรกล่าวกะบิดาว่า  ข้าแต่พ่อแม่ฉันคงยังไม่รู้สำนึก
ด้วยการถูกลงโทษเพียงเท่านี้   พ่อจงแกล้งพูดว่า    จะไปขอลูกสาวลุงใน
ตระกูลโน้นมาปรนนิบัติตัวกับบิดาและบุตร  เพื่อทำให้แม่ฉันเก้อ   แล้ว
ถือเอาของหอมและดอกไม้เป็นต้นขึ้นยานไปเที่ยวอยู่ตามท้องนา     แล้ว
กลับมาเวลาเย็น. นายสวิฏฐกะได้กระทำตามทุกประการ   สตรีในตระกูล
ที่คุ้นเคยบอกหญิงนั้นว่า  ได้ยินว่า  ผัวของเธอไปบ้านโน้น เพื่อนำหญิง
อื่นมาเป็นภริยา.
         หญิงนั้นสะดุ้งกลัวว่า   ฉิบหายละเราคราวนี้    เราไม่มีโอกาสอีก
แน่   คิดว่า   จะอ้อนวอนบุตรดูสักครั้ง.     จึงแอบไปหาบุตร    หมอบลง
แทบเท้ากล่าวว่า   ลูกรัก   เว้นเจ้าเสียแล้ว  คนอื่นไม่เป็นที่พึ่งของแม่ได้
ตั้งแต่นี้ไปแม่จะปฏิบัติพ่อและปู่ของเจ้าราวกะพระเจดีย์ที่ประทับไว้   เจ้า
จะช่วยให้แม่ได้เข้ามาอยู่ในเรือนนี้อีก.   กุมารกล่าวว่า  ดีแล้วแม่   ถ้าแม่
ไม่ทำเช่นนี้อีก   ฉันจักช่วย   แม่อย่าประมาท.   ครั้นเวลาบิดามา.   ได้
กล่าวคาถาที่  ๑๐  ว่า :-
                        หญิงชั่วผู้เป็นเมียของพ่อ    เป็นแม่บัง-
           เกิดเกล้าของตัวฉัน      ซึ่งมีใจบาปนั้น      ถูก
           ทรมานดังช้างพังที่นายควาญฝึกให้อยู่ในอำนาจ
           แล้ว    จงกลับมาเรือนเถิด.
หน้า ๘๗๗