๘๘๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๘๔
         ในอดีตกาล     เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ  อยู่ในพระ -
นครพาราณสี   ได้มีบ้านธรรมปาลคามในแคว้นกาสี   บ้านนั้นที่ได้ชื่อ
อย่างนั้น     เพราะเป็นที่อยู่ของตระกูลธรรมบาลพราหมณ์ที่อยู่อาศัยใน
บ้านนั้น    ปรากฏชื่อว่าธรรมบาล    เพราะเหตุที่รักษาธรรม    คือกุศล-
กรรมบถ  ๑๐  ในตระกูลของเขาชั้นทาสและกรรมกรก็ให้ทานรักษาศีล
ทำอุโบสถกรรม.
         ครั้งนั้น   พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลนั้น   ได้นามว่า    ธรรม-
ปาลกุมาร    ครั้นเจริญวัยแล้ว   บิดาได้ให้ทรัพย์พันหนึ่ง    ส่งไปเรียน
ศิลปะ ณ เมืองตักกศิลา   ธรรมปาลกุมารไป ณ ที่นั้นแล้ว  เรียนศิลปะ
ในสำนักของอาจารย์ทิศาปาโมกข์  ได้เป็นหัวหน้ามาณพพวกอันเตวาสิก
๕๐๐  คน   ครั้งนั้นบุตรคนโตของอาจารย์ตายลง   อาจารย์มีศิษย์มาณพ
แวดล้อม   พร้อมด้วยหมู่ญาติร้องไห้คร่ำครวญอยู่   ทำฌาปนกิจศพบุตร
ในป่าช้า  ทั้งอาจารย์ทั้งศิษย์และหมู่ญาติต่างร้องไห้คร่ำครวญอยู่  ณ ที่นั้น
ธรรมปาลบุตรคนเดียวเท่านั้น   ไม่ร้องไห้    ไม่คร่ำครวญ     เมื่อมาณพ
๕๐๐  คนนั้นมาจากป่าช้าแล้ว       ได้พากันไปนั่งรำพันอยู่ในสำนัก
อาจารย์ว่า     น่าเสียดาย     มาณพหนุ่มสมบูรณ์ด้วยมารยาทเห็นปานนี้
พลัดพรากจากมารดาบิดา    ตายเสียแต่ยังหนุ่มทีเดียว     ธรรมปาลกุมาร
กล่าวว่า  เพื่อน  ท่านทั้งหลายกล่าวว่ายังหนุ่ม  ก็เหตุไรเล่าจึงได้ตายกัน
เสียแต่ยังหนุ่ม     เวลาหนุ่มยังไม่ควรตายมิใช่หรือ  ?     มาณพเหล่านั้น
กล่าวกะธรรมปาลกุมารว่า    แน่ะเพื่อน    ท่านไม่รู้จักความตายของสัตว์
เหล่านี้ดอกหรือ ?
หน้า ๘๘๓