๘๘๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๙๐
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า    ธมฺมญฺจราม   ได้แก่   ประพฤติ
ธรรม    คือกุศลกรรมบถ  ๑๐ ประการ     กุศลกรรมทุกอย่างเป็นต้นว่า
พวกเราไม่ปลงสัตว์โดยที่สุดแม้มดดำจากชีวิต      เพราะเหตุแห่งชีวิตตน
และไม่มองดูสิ่งของของผู้อื่นด้วยโลภจิต         อันบัณฑิตพึงพรรณนาให้
พิสดาร    ก็ในคาถานี้   พราหมณ์กล่าวถึงการพูดมุสา    แต่กล่าวไว้ด้วย
สามารถแห่งอกุศลกรรมที่สูงขึ้นว่า      ขึ้นชื่อว่าบาปที่บุคคลผู้มักพูดเท็จ
จะไม่ทำย่อมไม่มี ได้ยินว่า  บุคคลเหล่านั้น ไม่พูดเท็จ  แม้ด้วยประสงค์
จะให้หัวเราะ.
         บทว่า  ปาปานิ   ได้แก่   กรรมอันลามกที่เป็นเหตุให้เข้าถึงนรก
แม้ทุกอย่าง.     บทว่า   อนริยํ  ได้แก่  งดเว้นกรรมที่เว้นจากความเป็น
กรรมอันประเสริฐ   คือที่ไม่ดี   ได้แก่  ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมด.   หิ  อักษร
ในคำว่า  ตสฺมา  หิ  อมฺหํ    นี้เป็นเพียงนิบาต  อธิบายว่า  เพราะเหตุนี้
คนหนุ่ม ๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย   คือขึ้นชื่อว่า   อกาลมรณะในระหว่าง
ย่อมไม่มีแก่พวกเรา  บาลีว่า   ตสฺมา  หิ  อมฺหํ  ดังนี้ก็มี.    บทว่า   สุโณม
เป็นต้น   ความว่า    ได้ยินว่า   พวกเรา   ธรรมอันแสดงกุศลของสัตบุรุษ
ก็ฟัง.    ธรรมอันแสดงอกุศลของอสัตบุรุษก็ฟังทั้งนั้น   แต่พวกเราก็เป็น
สักแต่ว่าฟังธรรมนั้นแล้วเท่านั้น   ไม่ชอบใจธรรมของอสัตบุรุษนั้นเลย
แต่ไม่ให้มีการทะเลาะหรือวิวาทกับอสัตบุรุษเหล่านั้น แม้ฟังแล้ว ได้แล้ว
ก็ประพฤติตามสัตบุรุษ     ไม่ละสัตบุรุษแม้สักขณะเดียว     ละอสัตบุรุษ
คือบาปมิตรเสียแล้ว   เป็นผู้ซ่องเสพแก่กัลยาณมิตรเท่านั้น.
หน้า ๘๘๙