| แล้วจึงประมาท. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลใดได้สิริน่าใคร่ น่าชอบใจแล้ว |
| จึงประมาท คุณความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาคุณความดีเหล่านี้. |
| บทว่า อปฺปปญฺโ ได้แก่ไม่มีปัญญา. บทว่า ตํ ทิตฺตรูปํ วิสเม จรนฺตํ |
| ความว่า ดิฉันเว้นคนที่มีสภาพร้อนรนประพฤติไม่สม่ำเสมอ มีกาย |
| ทุจริตเป็นต้น เป็นประเภทเหมือนมนุษย์หรือบุคคลผู้มีความสะอาด |
| โดยกำเนิด เว้นหลุมคูถแต่ไกลฉะนั้น. บทว่า อญฺโ อญฺสฺส |
| การโก ความว่า เป็นเช่นนี้ ชายที่ชื่อว่า สร้างโชคสร้างเคราะห์ให้คน |
| อื่นไม่มี ผู้ใดผู้หนึ่งก็สร้างโชคหรือเคราะห์ให้แก่ตนดังนี้. |
| พระมหาสัตว์ครั้นกล่าวถามอย่างนี้ และได้ฟังคำตอบของ |
| สิริเทพธิดาแล้วชื่นชม จึงได้กล่าวว่า แท่นเตียงนอนนี้เหมาะสมสำหรับ |
| เธอและที่นั่งก็เหมาะสมสำหรับเธอทีเดียว เพราะฉะนั้น ขอเชิญนั่งบน |
| ที่นั่งและนอนบนแท่นเถิด. นางอยู่ ณ ที่นั้นแล้วรุ่งเช้าก็ออกไปที่ |
| เทวโลกชั้นจาตุมมหาราชิกา ได้อาบน้ำที่สระอโนดาดก่อน. ที่นอน |
| แม้แห่งนั้นจึงเกิดมีชื่อว่า สิริสยนะ เพราะว่านางสิริเทพธิดาใช้นอน |
| ก่อนคนอื่น. นี้คือวงศ์ประวัติของสิริสยนะ คือที่นอนที่เป็นมิ่งขวัญ. |
| ด้วยเหตุนี้เขาจึงเรียกกันว่าสิริสยนะ ที่นอนที่เป็นมิ่งขวัญมาจนตราบ |
| เท่าทุกวันนี้. |
| พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประมวล |
| ชาดกไว้ว่า สิริเทพธิดาในครั้งนั้น ได้แก่พระอุบลวรรณา ในบัดนี้ |
| ส่วนสุจิปริวารเศรษฐีคือเราตถาคต ฉะนี้แล. |
| จบ อรรถกถาสิริกาลกรรณิชาดกที่ ๗ |