๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๐
              ของคนที่ข้ามฟากแล้ว    เป็นอย่างหนึ่ง    ของ
           คนที่ต้องการจะข้ามฟากยังไม่ได้ข้าม     ก็เป็น
           อีกอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  อปารํ   ความว่า   ดูก่อนโยมชาวเรือ
โยมจงขอค่าจ้างกะคนที่ยังไม่ข้ามฟาก   ยังยืนอยู่ฝั่งนี้เท่านั้น  และรับเอา
ค่าจ้างที่ได้จากเขา  เก็บไว้ในที่ ๆ คุ้มครองรักษาแล้วจึงนำคนส่งข้ามฟาก
ภายหลัง    อย่างนี้โยมก็จักเจริญด้วยโภคทรัพย์.     บทว่า     อญฺโ   หิ
ติณฺณสฺส   มโน   ความว่า   ดูก่อนโยมชาวเรือ    เพราะว่าจิตใจของคน
ที่ข้ามฟากไปแล้วเป็นอย่างหนึ่ง   คือไม่อยากจะให้   จะไปถ่ายเดียว   แต่
ธรรมดาว่า   ผู้ใดจะข้ามฟาก   คือจะข้ามฝั่ง  ได้แก่  ประสงค์จะไปฝั่งข้าง
หน้า   ผู้นั้นอยากจะไป   แม้เกินราคาค่าจ้างก็ให้ได้    ก็ใจของผู้ต้องการ
ข้ามฟาก   ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง    ดังที่กล่าวมานี้    เพราะฉะนั้นโยมควรขอ
กะผู้ยังไม่ข้ามฟากเท่านั้นดังนี้   ชื่อว่า  ความเจริญแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย
ของโยมก่อนดังนี้แล.
         คนแจวเรือได้ฟังคำนั้นแล้ว   คิดว่า    เราจักมีโอวาทนี้ก่อน   แต่
บัดนี้    สมณะนี้    จักให้อะไรอื่นแก่เราอีก.     ครั้งนั้น   พระโพธิสัตว์ได้
กล่าวกะเขาว่า   โยมนี้เป็นความเจริญแห่งโภคทรัพย์ของโยมก่อน  บัดนี้
โยมจงฟังความเจริญแห่งอรรถและธรรม   เมื่อให้โอวาทเขา   จึงได้กล่าว
คาถาไว้ว่า:-
หน้า ๙