| พราหมณ์ไปป่าช้าคุ้ยเขี่ยกองฟอนคร่ำครวญอยู่ เลิกละการงานทุกอย่าง |
| เฝ้าแต่เที่ยวเศร้าโศก. เทพบุตรพิจารณาดูเห็นดังนั้น ทรงดำริว่า เราจัก |
| ทำอุปมาอย่างหนึ่งระงับความโศก ครั้นเวลาพราหมณ์ไปป่าช้าคร่ำครวญ |
| อยู่จึงแปลงเพศเป็นบุตรของพราหมณ์นั้น ประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง |
| ยืนอยู่ ณ ประเทศแห่งหนึ่ง เอามือทั้ง ๒ ไว้เหนือศีรษะร้องไห้ด้วย |
| เสียงอันดัง. พราหมณ์ได้ยินเสียงจึงแลดูเทพบุตรจำแลงนั้น กลับได้ |
| ความรักในบุตร จึงได้เข้าไปใกล้เทพบุตร เมื่อจะถามว่า พ่อมาณพ |
| เหตุไรเจ้าจึงมาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กลางป่าช้านี้ จึงได้กล่าวคาถาที่ ๑ |
| ว่า :- |
| ท่านประดับแล้วด้วยอาภรณ์ต่าง ๆ มี |
| ต่างหูเกลี้ยงเกลา ทัดทรงระเบียบดอกไม้ |
| ลูบไล้กระแจะจันทน์สีเหลือง ท่านมีทุกข์ |
| อะไรหรือ จึงมากอดอกคร่ำครวญอยู่ในกลาง |
| ป่า. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลงฺกโต คือประดับแล้วด้วย |
| อาภรณ์ต่าง ๆ. บทว่า มฏฺกุณฺฑลี คือประกอบด้วยต่างหูอันเกลี้ยง |
| เกลา ซึ่งมีรูปร่างอันสำเร็จแล้ว. บทว่า มาลธารี คือทัดทรงระเบียบ |
| ดอกไม้อันไพจิตร. บทว่า หริจนฺทนุสฺสโท คือลูบไล้ด้วยจันทน์มีสี |
| ดังทอง. บทว่า วนมชฺเฌ คือในกลางป่าช้า. บทว่า กึ ทุกฺขิโต ตุวํ |