๙๐๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๐๘
พราหมณ์ไปป่าช้าคุ้ยเขี่ยกองฟอนคร่ำครวญอยู่  เลิกละการงานทุกอย่าง
เฝ้าแต่เที่ยวเศร้าโศก.  เทพบุตรพิจารณาดูเห็นดังนั้น  ทรงดำริว่า  เราจัก
ทำอุปมาอย่างหนึ่งระงับความโศก  ครั้นเวลาพราหมณ์ไปป่าช้าคร่ำครวญ
อยู่จึงแปลงเพศเป็นบุตรของพราหมณ์นั้น    ประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง
ยืนอยู่   ณ  ประเทศแห่งหนึ่ง     เอามือทั้ง  ๒  ไว้เหนือศีรษะร้องไห้ด้วย
เสียงอันดัง.   พราหมณ์ได้ยินเสียงจึงแลดูเทพบุตรจำแลงนั้น     กลับได้
ความรักในบุตร    จึงได้เข้าไปใกล้เทพบุตร    เมื่อจะถามว่า    พ่อมาณพ
เหตุไรเจ้าจึงมาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กลางป่าช้านี้   จึงได้กล่าวคาถาที่  ๑
ว่า :-
                        ท่านประดับแล้วด้วยอาภรณ์ต่าง  ๆ    มี
           ต่างหูเกลี้ยงเกลา         ทัดทรงระเบียบดอกไม้
           ลูบไล้กระแจะจันทน์สีเหลือง       ท่านมีทุกข์
           อะไรหรือ    จึงมากอดอกคร่ำครวญอยู่ในกลาง
           ป่า.
         บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า    อลงฺกโต    คือประดับแล้วด้วย
อาภรณ์ต่าง ๆ.   บทว่า   มฏฺ€กุณฺฑลี    คือประกอบด้วยต่างหูอันเกลี้ยง
เกลา   ซึ่งมีรูปร่างอันสำเร็จแล้ว.   บทว่า  มาลธารี   คือทัดทรงระเบียบ
ดอกไม้อันไพจิตร.  บทว่า   หริจนฺทนุสฺสโท   คือลูบไล้ด้วยจันทน์มีสี
ดังทอง.   บทว่า   วนมชฺเฌ   คือในกลางป่าช้า.  บทว่า  กึ  ทุกฺขิโต  ตุวํ
หน้า ๙๐๗