| วรรณะ และวีถีทางของพระจันทร์และพระ- |
| อาทิตย์ทั้ง ๒ ก็ยังปรากฏอยู่ ส่วนบุคคลผู้ |
| ล่วงลับไปแล้ว ย่อมไม่ปรากฏเลย บรรดาเรา |
| ๒ คนผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคน |
| โง่เขลายิ่งกว่ากัน ? |
| พึงทราบอธิบายในคาถาที่มาณพกล่าว. |
| การขึ้นและการอัสดง ชื่อว่า คมนาคมนํ ในคาถานั้น. |
| สีสรรนั่นแหละ ชื่อว่า วณฺณธาตุ ในคำว่า อุภเยตฺถ วีถิโย |
| นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ คือแม้ภูมิเป็นที่ไปและเป็นที่มาของพระจันทร์ |
| และพระอาทิตย์ทั้ง ๒ ย่อมปรากฏอยู่ในอากาศว่า นี้เป็นวิถีของพระ- |
| จันทร์นี้เป็นวิถีของพระอาทิตย์. |
| บทว่า เปโต ปน ความว่า ส่วนสัตว์ผู้ไปแล้วสู่ปรโลก |
| ย่อมไม่ปรากฏเลย. บทว่า โก นุ โข ความว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น |
| บรรดาเรา ๒ คนผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคนเขลายิ่งกว่ากัน. |
| เมื่อมาณพกล่าวอยู่อย่างนี้ พราหมณ์กำหนดความได้ จึงได้ |
| กล่าวคาถา ว่า :- |
| แน่ะมาณพ ท่านพูดจริง บรรดาเรา |
| ทั้ง ๒ ผู้คร่ำครวญอยู่ เรานี่แหละเป็นคน |