๙๑๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๑๘
เมื่อก่อนภิกษุนี้ไม่มีศรัทธา   ไม่มีความเลื่อมใส   แม้แต่หยดน้ำมันก็ไม่
เอาปลายหญ้าคาจิ้มให้ใคร   คราวนั้นเราทรมานเขาทำให้หมดพยศ   ให้
ตั้งอยู่ในผลแห่งทานแม้ในภพต่อ ๆ มา  ก็ยังละทานวัตรนั้นไม่ได้  ภิกษุ
ทั้งหลายทูลอาราธนาให้ตรัสเรื่องราว  จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก
ดังต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนคร
พาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลเศรษฐี เจริญวัยแล้วรวบรวมทรัพย์
ไว้ได้มา    ครั้นบิดาล่วงลับไปก็ได้ตำแหน่งเศรษฐี   วันหนึ่งตรวจตราดู
ทรัพย์สมบัติแล้วคิดว่า   ทรัพย์ยังปรากฏอยู่    แต่ผู้ที่ทำให้ทรัพย์เกิดขึ้น
ไม่ปรากฏ  เราควรสละทรัพย์นี้ให้ทาน   จึงให้สร้างโรงทานบำเพ็ญทาน
เป็นการใหญ่ตลอดชีวิต        กาลเมื่อจะสิ้นอายุได้ให้โอวาทแก่บุตรไว้ว่า
เจ้าอย่าตัดทานวัตรนี้เสีย      แล้วตายไปเกิดเป็นท้าวสักกะ   ณ  ดาวดึงส์
พิภพ.   แม้บุตรของเศรษฐีนั้นก็ให้ทานเช่นนั้นเหมือนกัน     แล้วกล่าว
สอนบุตรครั้นสิ้นอายุ  ได้เกิดเป็นจันทเทพบุตร  บุตรของเขาได้เกิดเป็น
สุริยเทพบุตร   บุตรของเขาได้เกิดเป็นมาตลีสังคาหกเทพบุตร.  บุตรของ
เขาได้เกิดเป็นคนธรรพ์เทพบุตร   ชื่อปัญจสิขะ.  แต่บุตรชั้นที่  ๖ เป็นคน
ไม่มีศรัทธา    มีจิตกระด้างไม่รักการให้ทานเป็นคนตระหนี่.   เขาให้คน
รื้อโรงทานเผาเสีย   ให้โบยตีพวกยาจกไล่ไปสิ้น   แม้หยาดน้ำผึ้งก็ไม่ริน
ให้แก่ใคร ๆ  ด้วยหญ้าคา.
หน้า ๙๑๗