| ท่านมหาเศรษฐี เราจักกล่าวสรรเสริญท่านอย่างหนึ่งท่านจงฟัง เศรษฐี |
| ตอบว่า เราไม่ต้องการความสรรเสริญของท่าน ท่านจงไปเถิดอย่ายืน |
| อยู่ที่นี้เลย ท้าวสักกะทำเป็นไม่ได้ยินคำของเศรษฐี ได้ตรัสคาถา ๒ |
| คาถาว่า :- |
| สัตบุรุษทั้งหลายแม้ไม่หุงกินเอง ได้ |
| โภชนะมาแล้ว ก็ไม่ปรารถนาจะบริโภคผู้เดียว |
| ท่านหุงโภชนะไว้มิใช่หรือ การที่ท่านให้นั้น |
| ไม่สมควรแก่ท่าน. |
| บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ ๒ อย่างนี้ |
| คือความตระหนี่ ๑ ความประมาท ๑ บัณฑิต |
| ผู้รู้แจ้งเมื่อต้องการบุญพึงให้ทานแท้. |
| ความแห่งคาถาเหล่านั้นว่า ท่านมหาเศรษฐีผู้เจริญ สัตบุรุษ |
| ทั้งหลายผู้สงบแล้ว แม้ไม่หุงกินเองก็ปรารถนาจะให้โภชนะแม้ที่ได้มา |
| แล้วด้วยภิกขาจาร ย่อมไม่บริโภคผู้เดียว. |
| บทว่า กิเมว ตฺวํ ความว่า ทั้ง ๆ ที่ท่านหุงอยู่ก็ไม่ให้. บทว่า |
| น ตํ สมํ ความว่า การที่ท่านไม่ให้นั้น ไม่สมควรคือไม่เหมาะแก่ท่าน. |
| ก็บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ ๒ อย่างคือ ความตระหนี่ ๑ ความ |
| ประมาท ๑ ก็มนุษย์ผู้เป็นบัณฑิต ผู้รู้แจ้ง ผู้เช่นกับด้วยท่าน เมื่อ |
| ต้องการบุญควรให้ทานทีเดียว. |