๙๒๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๒๒
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  ยสฺส   ภายติ  ความว่า  ย่อมกลัว
ความอยากข้าวอยากน้ำใดว่า   เราให้แก่ชนเหล่าอื่นเสียแล้ว   ก็จักกลาย
เป็นคนอยากข้าวอยากน้ำเสียเอง.   บทว่า   ตเมว   เป็นต้น    ความว่า
ความกลัว   กล่าวคือความอยากข้าวอยากน้ำนั่นแหละ  จะกลับมาถูกต้อง
คือเบียดเบียนคนพาลนั้น     ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าในที่ที่เขาเกิดแล้ว
เขาจะถึงความยากจนอย่างที่สุด.  บทว่า  มลาภิภู   คิดครอบงำมลทินคือ
ความตระหนี่.
         เศรษฐีได้ฟังคำของจันทเทพบุตรแม้นั้นแล้วกล่าวว่า  ถ้าเช่นนั้น
ท่านจงเข้าไปจักได้หน่อยหนึ่ง       จันทเทพบุตรเข้าไปนั่งใกล้ท้าวสักกะ
ต่อจากนั้นสุริยเทพบุตรปล่อยให้เวลาล่วงไปหน่อยหนึ่งแล้วมา    เมื่อขอ
ภัตได้กล่าวคาถา  ๒  คาถาว่า :-
                        ทานผู้ให้ให้ได้ยาก      เพราะต้องครอบงำ
           ความตระหนี่ก่อนแล้วจึงให้ได้  การทำทานนั้น
           ทำยากแท้   อสัตบุรุษทั้งหลาย  ย่อมไม่ทำทาน
           ตามที่สัตบุรุษทำแล้ว   ธรรมของสัตบุรุษอันคน
           อื่นรู้ได้ยาก.
                        เพราะเหตุนั้น      การไปจากโลกนี้ของ
           สัตบุรุษกับอสัตบุรุษจึงต่างกัน   อสัตบุรุษย่อม
           ไปนรก   สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.
หน้า ๙๒๑