๙๒๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๒๓
         บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า  ทุทฺททํ  ความว่า   ขึ้นชื่อว่าทาน
บุคคลให้ได้ยาก     เพราะผู้ที่จะให้ทานนั้นต้องครอบงำความตระหนี่เสีย
ก่อนจึงให้ได้.   บทว่า   ทุกฺกรํ   ความว่า   การทำทานนั้นทำยากแท้คล้าย
กับการรบศึก. บาทคาถาว่า    อสนฺโต    นานุกุพฺพนฺติ    ความว่า    พวก
อสัตบุรุษไม่รู้จักผลแห่งทาน      ก็ไม่เดินตามทางที่พวกสัตบุรุษเหล่านั้น
ดำเนินไปแล้ว.   บทว่า    สตํ    ธมฺโม    ความว่า    ธรรมของสัตบุรุษคือ
พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย   อันคนอื่นรู้ได้ยาก.   บทว่า   อสนฺโต   ความว่า
พวกอสัตบุรุษไม่ให้ทานด้วยอำนาจแห่งความตระหนี่   ย่อมไปสู่นรก.
         เศรษฐีไม่เห็นว่าจะหยิบเอาของที่ควรหยิบยื่นให้ไปได้  จึงกล่าว
ว่า   ถ้าเช่นนั้น   ท่านจงเข้าไปนั่งอยู่ในสำนักพราหมณ์ทั้งหลาย   จักได้
หน่อยหนึ่ง. ต่อแต่นั้นมาตลีเทพบุตรปล่อยให้เวลาล่วงไปหน่อยหนึ่งแล้ว
มาขอภัต  ในระหว่างที่เศรษฐีตอบว่า  ไม่มีนั่นแหละ  ได้กล่าวคาถาที่ ๗
ว่า :-
                        บัณฑิตพวก  ๑   ให้ไทยธรรมแม้มีส่วน
           เล็กน้อยได้  สัตว์บางพวกแม้มีไทยธรรมมากก็
           ให้ไม่ได้   ทักษิณาทานที่บุคคลให้จากของเล็ก
           น้อย  ก็นับว่าเสมอด้วยการให้จำนวนพัน.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  อปฺปมฺเปเก  ปเวจฺฉนฺติ  มีอธิบายว่า
ดูก่อนมหาเศรษฐี  บุรุษผู้เป็นบัณฑิตบางพวก  ย่อมแบ่งปัน  คือย่อมให้
หน้า ๙๒๒