| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุทฺททํ ความว่า ขึ้นชื่อว่าทาน |
| บุคคลให้ได้ยาก เพราะผู้ที่จะให้ทานนั้นต้องครอบงำความตระหนี่เสีย |
| ก่อนจึงให้ได้. บทว่า ทุกฺกรํ ความว่า การทำทานนั้นทำยากแท้คล้าย |
| กับการรบศึก. บาทคาถาว่า อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ ความว่า พวก |
| อสัตบุรุษไม่รู้จักผลแห่งทาน ก็ไม่เดินตามทางที่พวกสัตบุรุษเหล่านั้น |
| ดำเนินไปแล้ว. บทว่า สตํ ธมฺโม ความว่า ธรรมของสัตบุรุษคือ |
| พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย อันคนอื่นรู้ได้ยาก. บทว่า อสนฺโต ความว่า |
| พวกอสัตบุรุษไม่ให้ทานด้วยอำนาจแห่งความตระหนี่ ย่อมไปสู่นรก. |
| เศรษฐีไม่เห็นว่าจะหยิบเอาของที่ควรหยิบยื่นให้ไปได้ จึงกล่าว |
| ว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจงเข้าไปนั่งอยู่ในสำนักพราหมณ์ทั้งหลาย จักได้ |
| หน่อยหนึ่ง. ต่อแต่นั้นมาตลีเทพบุตรปล่อยให้เวลาล่วงไปหน่อยหนึ่งแล้ว |
| มาขอภัต ในระหว่างที่เศรษฐีตอบว่า ไม่มีนั่นแหละ ได้กล่าวคาถาที่ ๗ |
| ว่า :- |
| บัณฑิตพวก ๑ ให้ไทยธรรมแม้มีส่วน |
| เล็กน้อยได้ สัตว์บางพวกแม้มีไทยธรรมมากก็ |
| ให้ไม่ได้ ทักษิณาทานที่บุคคลให้จากของเล็ก |
| น้อย ก็นับว่าเสมอด้วยการให้จำนวนพัน. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปฺปมฺเปเก ปเวจฺฉนฺติ มีอธิบายว่า |
| ดูก่อนมหาเศรษฐี บุรุษผู้เป็นบัณฑิตบางพวก ย่อมแบ่งปัน คือย่อมให้ |