๙๒๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๒๕
         บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า   ธมฺมํ     ได้แก่ธรรมคือสุจริต  ๓
ประการ.   บทว่า   สมุจฺฉกํ   ความว่า    แม้ผู้ใดเที่ยวไปขออาหารดิบแล
สุกตามบ้านก็ตาม   นำผลาผลมาแต่ป่าก็ตาม    ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติธรรม
นั้นแล.   บทว่า   ทารญฺ จ  โปสํ   ความว่า   อนึ่ง  บุคคลผู้เลี้ยงบุตรและ
ภรรยาของตน.   บทว่า   ททํ  อปฺปกสฺมึ   ความว่า    แม้เมื่อไทยธรรม
มีน้อย      เมื่อเฉลี่ยให้แก่สมณะและพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม      ชื่อว่า
ประพฤติอยู่ซึ่งธรรม.  บทว่า   สตสหสฺสานํ    สหสฺสยาคินํ    ความว่า
ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์อื่นมาบูชาแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพัน  คือ   เมื่อ
อิสรชนตั้งแสนบูชาแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันอยู่.
         บทว่า    กลฺลํปิ   มาคฺฆนฺติ  ตถาวิธสฺส   เต   ความว่า     อิสรภาพ
นับตั้งแสนนั้น   คือ   ยัญที่บูชาแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพัน    ย่อมไม่ถึง
เสี้ยวที่  ๑๖  แห่งผลทานของทุคคตมนุษย์   ผู้ยังไทยธรรมให้เกิดขึ้นโดย
ธรรมสม่ำเสมอให้อยู่.
         ลำดับนั้น   เศรษฐีได้กำหนดฟังถ้อยคำของปัญจสิขเทพบุตรแล้ว
ที่นั้นเศรษฐีเมื่อจะถามถึงเหตุแห่งการบูชาอันไร้ผล   กะปัญจสิขเทพบุตร
นั้น   จึงกล่าวคาถาที่  ๙  ว่า :-
                        เพราะเหตุไร      ยัญนี้ก็ไพบูลย์มีค่ามาก
           จึงไม่เท่าค่าแห่งผลทานที่บุคคลให้โดยชอบ
           ธรรมเล่า ?  ไฉนอิสรภาพนับด้วยแสนของผู้
           ที่บูชามากมายหลายพันนั้น  จึงไม่เท่าแม้ส่วน
หน้า ๙๒๔