๙๒๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๓๐
จึงเหาะไปในอากาศ   ยืนเปล่งรัศมีกายงามรุ่งเรืองอยู่ด้วยอานุภาพอันยิ่ง
ใหญ่   พระนครทั้งสิ้นได้เป็นเหมือนสว่างไสวอยู่.
         ท้าวสักกะเรียกมหาชนมาตรัสว่า   พวกเราจะทิพยสมบัติของตน
มา   ก็เพราะพิลารโกสิยเศรษฐีผู้มีใจลามก.   ผู้สืบสกุลวงศ์คนสุดท้ายนี้
เศรษฐีใจลามกคนนี้   ทำลายวงศ์ตระกูลของตน  ให้เผาโรงทาน  ให้จับ
คอพวกยาจกขับไล่ไป    ตัดวงศ์ของพวกเราเสีย   เขาไม่ให้ทานไม่รักษา
ศีล   จะพึงเกิดในนรก   พวกเรามาเพื่ออนุเคราะห์เศรษฐีนี้    เมื่อจะทรง
ประกาศคุณแห่งทาน  ได้แสดงธรรมแก่มหาชน.
         แม้พิลารโกสิยเศรษฐี    ก็ได้ประคองอัญชลีขึ้นเหนือเศียร    ให้
ปฏิญญาแก่ท้าวสักกะว่า   ข้าแต่พระองค์ตั้งแต่นี้ไป   ข้าพระองค์จักไม่ทำ
ลายวงศ์ตระกูลที่มีมาแต่โบราณ    จักบำเพ็ญทาน    ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ถ้ายังไม่ได้ให้อาหารที่ได้มา   แม้ที่สุดจนน้ำและไม้ชำระฟันแก่ผู้อื่นก่อน
ข้าพระองค์จักไม่บริโภคเลย  ท้าวสักกะทรงทรมานเศรษฐีนั้นทำให้หมด
พยศ    ให้ตั้งอยู่ในศีล  ๕  แล้วพาเทพบุตรทั้ง  ๔  ไปสู่วิมานของตน  ๆ
แม้เศรษฐีนั้นครั้นดำรงอยู่ตลอดชีวิตแล้ว   ก็ได้ไปเกิดในดาวดึงส์พิภพ.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว   ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   เมื่อก่อนภิกษุนี้ไม่มีศรัทธา   ไม่ให้ทานแก่ใคร ๆ
แก่เราได้ทรมานเธอให้รู้จักผลทานอย่างนี้   แม้เกิดในภพต่อ ๆ มาก็ยังละ
จิตคิดจะให้ทานนั้นไม่ได้  แล้วทรงประชุมชาดกว่า    เศรษฐีในครั้งนั้น
หน้า ๙๒๙