๙๔๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๔๘
เช้าทีเดียว   ได้เห็นโคเผือกก็ดี   หญิงมีครรภ์นอนอยู่ก็ดี   ปลาตะเพียน
ก็ดี   หม้อเต็มด้วยน้ำก็ดี   เนยข้นก็ดี  เนยใสก็ดี  ผ้าใหม่ก็ดี  ข้าวปายาส
ก็ดี   การเห็นอย่างนี้  ชื่อว่าเป็นมงคล  นอกจากนี้ไม่ชื่อว่าเป็นมงคล  คน
บางพวกก็พากันยินดีถ้อยคำที่ผู้นั้นพูดว่า  พูดถูก.
         อีกคน ๑   คัดค้านว่า    นั่นไม่ใช่มงคล    การสดับฟังชื่อว่าเป็น
มงคล   คนบางคนได้ฟังคำคนกล่าวว่า   สมบูรณ์  เจริญ  สบาย  บริโภค
เคี้ยวกิน   ดังนี้     การได้ฟังอย่างนี้     ชื่อว่าเป็นมงคล    นอกจากนั้นไม่
ชื่อว่าเป็นมงคล   คนบางพวกก็พากันยินดีถ้อยคำนี้ผู้นั้นพูดว่า   พูดถูก.
         อีกคน ๑   คัดค้านว่า    นั้นไม่ใช่มงคล    การจับต้องชื่อว่าเป็น
มงคล   ความจริงคนบางคนลุกขึ้นแต่เช้าทีเดียว  ได้จับต้องแผ่นดินหรือ
หญ้าเขียว ๆ   โคมัยสด   ผ้าที่สะอาด   ปลาตะเพียน   ทอง    เงิน    หรือ
โภชนะ     การจับต้องอย่างนี้ชื่อว่าเป็นมงคล     นอกจากนี้ไม่ชื่อว่าเป็น
มงคล คนบางพวกก็พากันยินดีถ้อยคำที่ผู้นั้นพูดว่า พูดถูก. คนทั้งหลาย
ได้มีความเห็นแตกต่างกัน   เป็น ๓ จำพวก ๓ อย่างนี้   คือ   พวกทิฏฐ-
มังคลิกะ  พวกสุตมังคลิกะ  และพวกมุตมังคลิกะ   ต่างไม่อาจมีความเห็น
ร่วมกันได้    เทวดาทั้งหลายตั้งต้นแต่ภุมมเทวดาตลอดถึงพรหมโลก    ก็
ไม่รู้โดยถ่องแท้ว่า   สิ่งนี้เป็นมงคล.
         ท้าวสักกะทรงพระดำริว่า ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก  ผู้อื่นนอกจาก
พระผู้มีพระภาค   ชื่อว่าสามารถที่จะกล่าวแก้มงคลปัญหานี้ได้ไม่มี   เรา
หน้า ๙๔๗