๙๔๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๔๙
จักเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามปัญหานี้    ครั้นถึงเวลาราตรี   ท้าวเธอ
จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดา   ถวายบังคมแล้วประคองอัญชลี   ทลถามปัญหา
ด้วยคาถาว่า    พหู     เทวา    มนุสฺสา    จ     ดังนี้   เป็นต้น    ลำดับนั้น
พระศาสดาตรัสมหามงคล ๓๘ ประการ     ด้วยคาถา    ๒  คาถา     แก่
ท้าวสักกะ    เมื่อมงคลสูตรจบลง    เทวดาประมาณแสนโกฏิ   ได้บรรลุ
พระอรหัต  ที่เป็นพระโสดาบันเป็นต้น  นับไม่ถ้วน  ท้าวสักกะทรงสดับ
มงคลแล้ว   เสด็จไปวิมานของพระองค์.
         เมื่อพระศาสดาตรัสมงคลแล้ว      มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาก็พากัน
ยินดีว่า  ตรัสถูก  ครั้งนั้น   ภิกษุทั้งหลายประชุมกันสรรเสริญพระคุณ
ของพระศาสดาในธรรมสภาว่า     อาวุโสทั้งหลาย     พระศาสดาทรงแก้
มงคลปัญหาซึ่งพ้นวิสัยของผู้อื่น  ตัดความรำคาญใจของมนุษย์และเทวดา
เสียได้     ดุจยังดวงจันทร์ให้ตั้งขึ้นในท้องฟ้าฉะนั้น      อาวุโสทั้งหลาย
พระตถาคตทรงมีพระปัญญามากถึงเพียงนี้    พระศาสดาเสด็จมาตรัสถาม
ว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   บัดนี้    พวกเธอนั่งสนทนากันถึงเรื่องอะไร ?
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้วตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
การแก้มงคลปัญหาของเราผู้บรรลุสัมโพธิญาณแล้วในบัดนี้     ไม่น่าอัศ-
จรรย์    เรานั้น    เมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์    ประพฤติจริยธรรมอยู่
ได้กล่าวแก้มงคลปัญหา   ตัดความสงสัยของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
เสียได้   ดังนี้    แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก  ดังต่อไปนี้ :-
หน้า ๙๔๘