| ปรารถนามงคล นรชนนั้นจะทำอย่างไร จึงจะ |
| เป็นผู้อันความสวัสดีคุ้มครองแล้ว ทั้งในโลกนี้ |
| และโลกหน้า. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเล ได้แก่ ในเวลาปรารถนา |
| มงคล. บทว่า วิชฺชํ ได้แก่ เวท. บทว่า สุตานํ ได้แก่ ปริยัติ |
| ที่ตนควรศึกษา. ศัพท์ว่า จ ในคำว่า อสฺมึ จ นี้ เป็นเพียงนิบาต. |
| บทว่า โสตฺถาเนน ได้แก่ มงคลอันเป็นเครื่องนำความสวัสดีมาให้. |
| ข้อนี้มีอธิบายว่า ข้าแต่ท่านอาจารย์นรชนรู้เวทอะไร ในบรรดา |
| เวท ๓ อย่างก็ดี รู้สุตตปริยัติอะไรในระหว่างสุตะทั้งหลายก็ดี เมื่อ |
| ต้องการมงคลยังกระซิบถามกันอยู่ว่า อะไรเป็นมงคลในเวลาปรารถนา |
| มงคล นรชนนั้นจะทำอย่างไร คือในการกระซิบถามกันเป็นต้นเหล่า |
| นั้น จะทำอย่างไร คือโดยนิยามอย่างไร จึงจะเป็นผู้อันความสวัสดี |
| คืออันมงคลที่ปราศจากโทษคุ้มครองแล้ว คือรักษาแล้ว ทั้งในโลกนี้ |
| และโลกหน้า ขอท่านให้ถือเอาประโยชน์โลกนี้และประโยชน์โลกหน้า |
| แสดงอธิมงคลแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด. |
| ครั้นอันเตวาสิกผู้ใหญ่ถามมงคลปัญหาอย่างนี้แล้ว พระมหา- |
| สัตว์เมื่อจะตัดความสงสัยของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แสดงมงคล |
| ด้วยพุทธลีลาว่า นี้ด้วย นี้ด้วย เป็นมงคล จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- |