๙๕๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๖๐
แปดด้วยคาถา  ๘  คาถาอย่างนี้แล้ว   เมื่อจะสรรเสริญมงคลเหล่านั้น  จึง
กล่าวคาถาสุดท้ายว่า :-
                        ความสวัสดีเหล่านั้นแล         ผู้รู้สรรเสริญ
           แล้ว มีสุขเป็นผลกำไรในโลก  นรชนผู้มีปัญญา
           พึงเสพความสวัสดีเหล่านั้นไว้ในโลกนี้    ก็ใน
           มงคล  มีประเภท   คือ   ทิฏฐมงคล    สุตมงคล
           และมุตมงคล  มงคลสักนิดหนึ่งที่จะเป็นมงคล
           จริง ๆ  ไม่มีเลย.
         บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า   น   หิ  มงฺคเล   ความว่า   ก็ใน
มงคลมีประเภท   คือ  ทิฏฐมงคล  สุตมงคล  และมุตมงคลนั้น   แม้มงคล
นั้นสักนิดหนึ่ง    ที่ชื่อว่าเป็นมงคลจริง ๆไม่มีเลย    ก็พระนิพพานอย่าง
เดียวเท่านั้น   เป็นปรมัตถมงคลจริง ๆ.
         พระฤาษีทั้งหลายสดับมงคลเหล่านั้นแล้ว       พอล่วงไปได้  ๗,
๘ วัน    ก็พากันลาอาจารย์ไปในพระราชอุทยานนั้น    พระราชาเสด็จ
ไปสำนักพระฤาษีเหล่านั้น    แล้วถามปัญหา    พระฤาษีทั้งหลายได้กล่าว
แก้มงคลปัญหา      ตามทำนองที่อาจารย์บอกมาแด่พระราชา       แล้วมา
ดินแดนหิมพานต์  ตั้งแต่นั้นมามงคลได้ปรากฏในโลก    ผู้ที่ประพฤติใน
ข้อมงคลทั้งหลาย   ตายไปได้เกิดในสวรรค์   พระโพธิสัตว์เจริญพรหม-
วิหาร ๔   พาหมู่ฤาษีไปเกิดในพรหมโลก.
หน้า ๙๕๙