๙๖๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๗๐
เขากลัวต่อมรณภัย   ทูลขออภัยโทษกะพระราชาแล้วกราบทูลว่า   ข้าแต่
พระองค์ผู้สมมติเทพ  กุมารเหล่านั้นมิใช่บุตรของข้าพระองค์  เป็นโอรส
ของอุปสาครอุปราช   แล้วกราบทูลความลับเรื่องนั้นให้ทรงทราบ  พระ-
ราชาทรงตกพระทัย   ตรัสถามอำมาตย์ทั้งหลายว่า  เราจะใช้อุบายอย่างไร
จึงจักจับกุมารเหล่านั้นได้ ?   เมื่อพวกอำมาตย์กราบทูลว่า  ข้าแต่พระองค์
ผู้สมมติเทพ   กุมารเหล่านั้นลำพองจิตด้วยมวยปล้ำ  ข้าพระองค์จักให้ทำ
การต่อสู้ขึ้นในพระนคร      แล้วให้จับกุมารเหล่านั้นผู้มาสู่สนามยุทธฆ่า
เสีย  ณ ที่นั้น  ดังนี้   จึงรับสั่งให้เรียกนักมวยปล้ำมา  ๒  คน   คนหนึ่ง
ชื่อวานุระ   อีกคนหนึ่งชื่อมุฏฐิกะ  แล้วให้ตีกลองประกาศทั่วพระนครว่า
จากวันนี้ไป  ๗ วัน   จักมีการต่อสู้  ดังนี้แล้วให้ตระเตรียมสนามต่อสู้ที่
พระลานหลวง   ให้ทำสังเวียนนั้นสนามต่อสู้แล้วให้ผูกธงและแผ่นผ้า.
         เสียงเล่าลือกันแซ่ไปทั่วนคร   ประชาชนพากันผูกล้อเลื่อนและ
เตียงน้อยใหญ่       วานุระแลมุฏฐิกะก็มายังสนามต่อสู้     โห่ร้องคำราม
ตบมือเดินไปมาอยู่  แม้กุมารพี่น้องทั้ง  ๑๐  ก็มาแล้วยื้อแย่งตามถนนขาย
อาหาร   ของหอมและเครื่องย้อม   แล้วนุ่งห่มผ้าสี   แย่งเอาของหอมตาม
ร้านขายของหอม   แลดอกไม้ตามร้านขายดอกไม้มาประดับตัวทัดดอกไม้
๒  หู   โห่ร้องคำรามตบมือเข้าสนามต่อสู้   ขณะนั้นวานุระเดินตบมืออยู่
พลเทพเห็นดังนั้น   จึงคิดว่า    เราจะไม่ถูกต้องวานุระด้วยมือ    แล้วไป
นำเชือกผูกช้างเส้นใหญ่มาแต่โรงช้าง      โห่ร้องคำรามแล้วโยนเชือกไป
พันท้องวานุระ  รวบปลายเชือกทั้ง  ๒  เข้ากัน   โห่ร้องยกขึ้นหมุนเหนือ
หน้า ๙๖๙