๙๖๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๗๑
ศีรษะแล้วฟาดลงแผ่นดิน     โยนไปนอกสังเวียน     เมื่อวานุระตายแล้ว
พระราชารับสั่งให้มุฏฐิกะคนปล้ำทำการต่อสู้ต่อไป  มุฏฐิกะลุกออกไปโห่
ร้องคำรามตบมืออยู่   พลเทพทุบมุฏฐิกะจนกระดูกละเอียด   เมื่อมุฏฐิกะ
กล่าวว่า   ท่านเป็นนักมวยปล้ำ   ฉันไม่ใช่นักมวยปล้ำ   จึงตอบว่า    เรา
ไม่เข้าใจว่าท่านเป็นนักมวยปล้ำหรือไม่ใช่นักมวยปล้ำ   แล้วจับมือทั้ง  ๒
ฟาดลงบนแผ่นดินให้ตายแล้วโยนไปนอกสังเวียน   มุฏฐิกะเมื่อจะตายได้
ตั้งความปรารถนาไว้ว่า  ขอให้เราเป็นยักษ์ได้กินเพลเทพ  ครั้นเขาตายไป
แล้วจึงเกิดเป็นยักษ์อยู่ในดงชื่อกาฬมัตติกะ.
         พระราชาเสด็จลุกขึ้นตรัสว่า      ท่านทั้งหลายจงจับพี่น้องทั้ง  ๑๐
คนเหล่านี้ให้ได้   ขณะนั้น  วาสุเทพขว้างจักรไปตกถูกพระเศียรกษัตริย์
สองพี่น้องสิ้นพระชนม์   มหาชนพากันสะดุ้งหวาดกลัว    หมอบลงแทบ
บาทของกุมารเหล่านั้นด้วยกล่าวว่า   ขอพระองค์ได้เป็นที่พึ่งของพวกข้า-
พระองค์เถิด      กุมารเหล่านั้นครั้นปลงพระชนม์พระเจ้าลุงทั้ง  ๒  ก็ยืด
ราชสมบัติอสิตัญชนคร      ยกมารดาบิดาขึ้นครองราชสมบัติแล้วปรึกษา
กันว่า   เรา   ๑๐   คนจักชิงราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งหมด    แล้วชวนกัน
ยกออกไปโดยลำดับ      ถึงอยุชฌนครซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้ากาล-
โยนกราชล้อมเมืองไว้     ทำลายค่ายพังกำแพงเข้าไปจับพระราชา     ยึด
ราชสมบัติอยู่ในเงื้อมมือของตน   แล้วพากัน ไปถึงกรุงทวาราวดี.
         ก็กรุงทวาราวดีนั้นมีสมุทรตั้งอยู่ข้างหนึ่ง    มีภูเขาตั้งอยู่ข้างหนึ่ง
ได้ยินว่านครนั้นมีอมนุษย์รักษา ยักษ์ผู้ยืนรักษานครนั้น เห็นปัจจามิตร
หน้า ๙๗๐