๙๗๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๙๗๒
แล้วแปลงเพศเป็นลา   ร้องเสียงเหมือนลา  ขณะนั้น  นครทั้งสิ้นก็เลื่อน
ลอยไปอยู่บนเกาะเกาะ  ๑  กลางสมุทร    ด้วยอานุภาพยักษ์    เมื่อพวก
ปัจจามิตรไปแล้ว    นครก็กลับมาประดิษฐานตามเดิมอีก    แม้คราวนั้น
ยักษ์เพศลานั้นรู้ว่ากุมาร  ๑๐  คนพี่น้องมา   ก็ร้องเป็นเสียงลาขึ้น  นคร
ก็เลื่อนลอยไปประดิษฐานอยู่บนเกาะ     กุมารเหล่านั้นไม่เห็นนครก็พา
กันกลับ    นครก็มาประดิษฐานอยู่ตามเดิมอีก   กุมารเหล่านั้นกลับมาอีก
ยักษ์เพศลาก็ได้ทำเหมือนอย่างนั้นอีก   กุมารเหล่านั้นเมื่อไม่อาจชิงราช-
สมบัติในกรุงทวาราวดีได้   ก็พากันไปหากัณหทีปายนดาบสนมัสการแล้ว
ถามว่า  ข้าแต่ท่านผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลายไม่อาจชิงราชสมบัติ  ทวาราวดี
ขอท่านได้บอกอุบายแก่พวกข้าพเจ้าสักอย่างหนึ่ง    เมื่อพระดาบสบอกว่า
มีลาตัวหนึ่งเที่ยวอยู่ที่หลังคูแห่งโน้น    ลานั้นเห็นพวกอมิตรแล้วร้องขึ้น
ขณะนั้น   นครก็เลื่อนลอยไปเสีย   ท่านทั้งหลายจงจับเท้าของลานั้น  นี้
เป็นอุบายที่จะให้ท่านถึงความสำเร็จดังนี้  กุมารทั้ง   ๑๐   นมัสการพระ-
ดาบส   แล้วไปหมอบจับเท้าของลาวิงวอนว่า  ข้าแต่นาย  คนอื่นนอกจาก
ท่านเสียแล้วไม่เป็นที่พึ่งของพวกข้าพเจ้าได้  กาลเมื่อพวกข้าพเจ้ายึดนคร
ขอท่านอย่างได้ร้องขึ้นเลย     ยักษ์เพศลากล่าวว่า    เราไม่อาจที่จะไม่ร้อง
แต่ว่าท่าน   ๔   คนจงมาก่อน     จงถือเอาไถเหล็กใหญ่ ๆ   แล้วตอกหลัก
เหล็กใหญ่ ๆ  ลงกับพื้นแผ่นดิน    ที่ประตูเมืองทั้ง ๔ ด้าน  กาลเมื่อนครจะ
เขยื่อนขึ้นจงจับไถแล้วช่วยกันเอาโซ่เหล็กที่ผูกกับไถล่ามไว้กับหลักเหล็ก
นครจักไม่อาจลอยไปได้.
หน้า ๙๗๑