| ว่า เว้นเราเสียแล้ว คนอื่นใครเล่าชื่อว่าสามารถกำจัดความโศกของพี่ |
| ชายเราย่อมไม่มี เราจักใช้อุบายกำจัดความโศกของพี่ชาย คิดดังนี้แล้ว |
| จึงทำเป็นคนบ้าแหงนดูอากาศเดินบ่นไปทั่วเมืองว่า ท่านจงให้กระต่าย |
| แก่เรา ท่านจงให้กระต่ายแก่เรา ดังนี้ ข่าวเล่าลือกันไปทั่วเมืองว่า ฆต- |
| บัณฑิตเป็นบ้าเสียแล้ว. |
| เวลานั้น อำมาตย์ชื่อโรหิเณยยะไปเฝ้าพระเจ้าวาสุเทพ เมื่อจะ |
| เริ่มสนทนากับพระองค์ ได้กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :- |
| ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ ขอพระองค์ |
| จงเสด็จลุกขึ้นเถิด จะมัวทรงบรรทมอยู่ทำไม |
| ความเจริญอะไรจะมีแก่พระองค์ด้วยพระสุบิน |
| เล่า พระภาดาของพระองค์แม้ใด เสมอด้วย |
| พระหฤทัย และเสมอด้วยพระเนตรข้างขวา |
| ลมได้กระทบดวงหทัยของพระภาดานั้น ข้าแต่ |
| พระองค์ผู้มีพระเกศางาม ฆตบัณฑิตทรงเพ้อไป. |
| โรหิเณยยะอำมาตย์ ทูลทักทายด้วยโคตรว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ |
| กัณหวงศ์ ในคาถานั้น นัยว่าพระวาสุเทพนั้น มีโคตรว่ากัณหายนะ. |
| บทว่า โก อตฺโถ คือ ความเจริญชื่ออะไร. บทว่า หทยํ จกฺขุญฺจ |
| ทิกฺขิณํ ความว่า เสมอด้วยพระหฤทัยด้วย เสมอด้วยพระเนตรข้างขวา |
| ด้วย. บทว่า ตสฺส วาตา พลิยฺยนฺติ ความว่า ลมกระทบดวงหทัย |