| ของพระภาดานั่งอยู่ ณ ที่นี้. บทว่า ชปฺปติ คือ ทรงเพ้อไปว่า ท่าน |
| ทั้งหลายจงให้กระต่ายแก่เรา. บทว่า เกสว ความว่า ได้ยินว่าพระเจ้า |
| วาสุเทพนั้น ทรงปรากฏพระนามว่า เกสว เพราะทรงมีพระเกษางาม |
| โรหิเณยยะอำมาตย์ ทูลทักทายพระเจ้าวาสุเทพด้วยพระนามนั้น. |
| เมื่ออำมาตย์ทูลอย่างนี้แล้ว พระศาสดาผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงทราบ |
| ความที่ฆตบัณฑิตมีจิตมั่นคง จึงตรัสพระคาถาที่ ๒ ว่า :- |
| พระเจ้าเกสวราช ทรงสดับคำของโรหิ- |
| เณยยะอำมาตย์นั้นแล้ว อัดอั้นพระหฤทัยด้วย |
| ความโศกถึงพระภาดา มีพระวรกายสระสับ |
| กระส่ายเสด็จลุกขึ้น. |
| พระราชาเสด็จลุกขึ้น รีบเสด็จลงจากปราสาทไปหาฆตบัณฑิต |
| จับหัตถ์ทั้ง ๒ ไว้แน่น เมื่อจะเจรจากับฆตบัณฑิต ได้กล่าวคาถา |
| ที่ ๓ ว่า :- |
| เหตุไรหนอ เจ้าจึงเป็นเหมือนคนบ้า |
| เที่ยวบ่นเพ้ออยู่ทั่วนครทวาราวดีนี้ว่า กระต่าย |
| กระต่าย ใครเขาลักกระต่ายของเจ้าไปหรือ ? |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เกวลํ ทฺวารกํ อิมํ ความว่า พระ- |
| ราชาตรัสถามว่า เพราะเหตุไรเจ้าจึงเป็นดังคนบ้า เที่ยวบ่นเพ้ออยู่ทั่ว |