| ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ ถ้าพระองค์ |
| ทรงทราบและตรัสสอนผู้อื่นอย่างนี้ไซร้ เหตุไร |
| พระองค์จึงทรงเศร้าโศกถึงพระราชโอรสผู้สิ้น |
| พระชนม์ไปแล้วในกาลก่อน จนกระทั้งถึงวัน |
| นี้เล่า ? |
| คำว่า เอวํ ในคาถานั้น มีอธิบายว่า ถ้าพระองค์ทรงทราบ |
| อย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าของที่ไม่ควรได้ บุคคลก็ไม่ควรหวังดังนี้ไซร้. บทว่า |
| ยทญฺมนุสาสสิ ความว่า ผิว่าพระองค์ทรงทราบอยู่อย่างนี้แหละ |
| ตรัสสอนผู้อื่นอยู่. บทว่า. ปุเร เป็นต้น ความว่า ฆตบัณฑิตกล่าวว่า |
| เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงเศร้าโศกถึงพระราชโอรส |
| ผู้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว นับจากนี้ไปถึง ๔ เดือน จนกระทั้งถึงวันนี้เล่า ? |
| ฆตบัณฑิตยืนอยู่ระหว่างวิถีกราบทูลดังนี้ว่า ข้าแต่พระเจ้าพี่ |
| หม่อมฉันปรารถนาสิ่งที่เห็นปรากฏอยู่แท้ ๆ แต่เจ้าพี่ทรงเศร้าโศกเพื่อ |
| ทรงประสงค์สิ่งที่มิได้ปรากฏอยู่ เมื่อจะแสดงธรรมถวายพระราชา ได้ |
| กล่าวคาถา ๒ คาถาอีกว่า :- |
| มนุษย์หรือเทวดาไม่พึงได้ฐานะอันใด |
| คือความมุ่งหวังว่า บุตรของเราที่เกิดมาแล้ว |
| อย่าตายเลย พระองค์ทรงปรารถนาฐานะอัน |
| นั้นอยู่ จะพึงทรงได้ฐานะที่ไม่ควรได้แต่ที่ไหน |