| อานุภาพของพระปริตรเหล่านี้ คือ รตนปริตร ขันธปริตร |
| ธชัคคปริตร อาฏานาฏิยปริตร โมรปริตร ย่อมเป็นไปในเขตที่มี |
| แสนโกฏิจักรวาลเป็นที่สุด ชื่อว่า อาณาเขต. |
| เขตที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ยาวตา วา ปน อากงฺเขยฺย๑ |
| หรือว่าพระตถาคตพึงหวังโดยประมาณเพียงใดอันหาประมาณที่สุด |
| มิได้ ชื่อว่า วิสัยเขต. พระตถาคตย่อมทรงทราบเขตที่ทรงหวัง. |
| ในพุทธเขต ๓ อย่างเหล่านี้ อาณาเขตหนึ่งย่อมพินาศไป. เมื่ออาณาเขต |
| นั้นพินาศไป ชาติเขตก็พินาศไปด้วย. เมื่อเขตนั้นพินาศ ย่อมพินาศไป |
| ด้วยกัน. เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตั้งอยู่ด้วยกัน. |
| |
| ความพินาศและการตั้งอยู่ของเขตนั้น พึงทราบอย่างนี้ สมัยใด |
| กัปพินาศเพราะไฟ. มหาเมฆที่ยังกัปให้พินาศแต่ต้นตั้งขึ้น ยังฝนหาใหญ่ |
| อย่างหนึ่งให้ตกในแสนโกฏิจักรวาล. มนุษย์ทั้งหลายพากันยินดี นำ |
| พืชทั้งปวงออกหว่าน. ก็เมื่อข้าวกล้าเกิดพอโคเคี้ยวกินได้ มหาเมฆ |
| ร้องเหมือนลาร้อง. ฝนแม้หยาดหนึ่งก็ไม่ตก. เมื่อนั้นเป็นอันว่า ฝน |
| ขาดเม็ดเลยทีเดียว. สัตว์ผู้อาศัยฝนเลี้ยงชีพย่อมเกิดในพรหมโลกตาม |
| ลำดับ. และเทวดาผู้อาศัยผลบุญเลี้ยงชีพก็ไปเกิดในพรหมโลกด้วย. |
| เมื่อกาลผ่านไปนานอย่างนี้ น้ำในแม่น้ำนั้น ๆ ก็แห้งไป. แม้ปลาและ |
|