| พวกมนุษย์และภุมมเทวดาโดยมาก ครั้นสดับคำของกามาวจร |
| เทพเหล่านั้น แล้วพากันเกิดสังเวช มีจิตอ่อนต่อกันและกัน ทำบุญ |
| มีเมตตาเป็นต้น แล้วไปบังเกิดในเทวโลก. ณ เทวโลกนั้น ทวยเทพ |
| บริโภคอาหารทิพย์ ทำบริกรรมในวาโยกสิณแล้วได้ฌาน. ส่วนมนุษย์ |
| พวกอื่นบังเกิดในเทวโลก ด้วยอปราปริยเวทนียกรรม - กรรมให้ผลใน |
| ภพต่อ ๆ ไป. สัตว์ ชื่อว่า ท่องเที่ยวไปในสงสาร เว้นอปราปริยเวท- |
| นียกรรมไม่มี. แม้สัตว์เหล่านั้นก็ย่อมได้ฌานอย่างนั้นในภพนั้น. สัตว์ |
| ทั้งปวงย่อมบังเกิดในพรหมโลก ด้วยอำนาจฌานที่ได้แล้วในเทวโลก |
| อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้. |
| |
| โดยกาลยาวนานขึ้นไปโดยการกำหนดปี พระอาทิตย์ดวงที่สอง |
| ย่อมปรากฏ. เมื่อพระอาทิตย์นั้นปรากฏการกำหนดคืนวันไม่ปรากฏ. |
| พระอาทิตย์ดวงหนึ่งขึ้น. ดวงหนึ่งตก. โลกไม่ขาดความร้อนจากดวง |
| อาทิตย์. ในพระอาทิตย์ที่ยังกัปให้พินาศไม่มีสุริยเทพบุตร. เหมือนใน |
| พระอาทิตย์ปกติ เมื่อพระอาทิตย์ปกติยังเป็นไปอยู่วลาหกบ้าง เปลวไฟ |
| บ้าง ย่อมไปในอากาศ. เมื่อพระอาทิตย์ยังกัปให้พินาศกำลังเป็นไป |
| ท้องฟ้าปราศจากควันและวลาหก ดุจบานกระจกไม่มีฝ้า ฉะนั้น. น้ำ |
| ในลำธารเป็นต้นแห้ง เว้นมหานทีทั้ง ๕ จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน |
| พระอาทิตย์ดวงที่ ๓ ปรากฏ. เพราะอาทิตย์ดวงที่ ๓ นั้น ปรากฏ |
| แม้มหานทีก็แห้ง. จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๔ |