๑๐๑๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๑๑
ฉะนั้น.   อากาศเบื้องบนพร้อมด้วยอากาศเบื้องล่าง    มืดตื้อเป็นอันเดียว
กัน.
            ครั้นแล้ว   โดยกาลล่วงยาวนาน   มหาเมฆตั้งขึ้นยังฝนละเอียด ๆ
ให้ตกเป็นครั้งแรก.      มหาเมฆยังสายฝนประมาณเท่าก้านบัว    ไม้เท้า
สาก   และต้นตาลเป็นต้นให้ตกโดยลำดับ    ทำที่ที่ถูกไหม้ทั้งหมดให้เต็ม
แล้วหายไป.      ตั้งขึ้นทำน้ำนั้นทั้งเบื้องล่างและเบื้องขวางให้เป็นก้อน
เป็นทางโดยรอบเช่นกับหยาดน้ำในใบบัว.
            หากถามว่า  ทำห้วงน้ำใหญ่ถึงเพียงนั้นให้เป็นก้อนได้อย่างไร ?
            ตอบว่า   เพราะเปิดเป็นช่องไว้.   ให้ช่องในที่นั้น ๆ    แก่ห้วงน้ำ
นั้น.    น้ำนั้นถูกลมพัดรวมทำให้เป็นก้อนสิ้นไป   ย่อมไหลลงเบื้องล่าง
ตามลำดับ.  เมื่อน้ำไหลลง ๆ  พรหมโลกย่อมปรากฏในที่ของพรหมโลก.
อนึ่ง   เทวโลกย่อมปรากฏในที่แห่งกามาวจรเทวโลกในเบื้องบน.    เมื่อ
น้ำไหลลงสู่พื้นดินดังก่อน  ลมแรงย่อมเกิดขึ้น.   ลมแรงเหล่านั้นปิดกั้น
ทำให้น้ำไม่ไหลออก   ดุจน้ำที่ขังอยู่ในธมกรกที่ปิดปากไว้.   เมื่อน้ำหวาน
หมดไปยังง้วนดิน (รสป€วึ)  ให้ตั้งขึ้นเบื้องบน.  ง้วนดินนั้น  มีสี  มี
กลิ่นและรสดุจลาดไว้เบื้องบนข้าวปายาสที่ไม่มีน้ำ. ในกาลนั้น    สัตว์ทั้ง-
หลายที่เกิดก่อนในอาภัสสรพรหมโลก เคลื่อนจากนั้น เพราะสิ้นอายุก็ดี
เพราะหมดบุญก็ดี  ย่อมเกิด  ณ  ที่นี้. สัตว์เหล่านั้นมีรัศมีที่ตัว เหาะไปใน
อากาศได้.   สัตว์เหล่านั้น   ครั้นลิ้มแผ่นดินมีรสนั้น     ตามนัยดังกล่าว
แล้ว  ในอัคคัญญสูตร    ถูกตัณหาครอบงำ    พยายามจะบริโภคสิ่งที่ทำ
ให้เกิดความโลภ.
            ครั้งนั้น     รัศมีที่ตัวของสัตว์เหล่านั้นก็หายไป.      มีความมืด.
สัตว์เหล่านั้นเห็นความมืดก็กลัว.     แต่นั้นสุริยมณฑลเต็ม  ๕๐  โยชน์
ปรากฏขึ้นยังความกลัวของสัตว์เหล่านั้นให้หายไป      ให้เกิดความกล้า.
สัตว์เหล่านั้น   ครั้นเห็นสุริยมณฑลนั้น   ต่างร่าเริงยินดีว่า   เราได้แสง
สว่างแล้ว  จึงตั้งชื่อสุริยมณฑลนั้นว่า   สุริยะ   เพราะตั้งขึ้นทำให้พวก
เราหายกลัวเกิดความกล้าขึ้น    เพราะฉะนั้น   ขอจงเป็นสุริยะเถิด.
            ครั้นเมื่อพระสุริยะทำแสงสว่างตลอดวันแล้วดับไป   สัตว์ทั้งหลาย
มีความกลัวอีกว่า  แสงสว่างที่เราได้  หายไปเสียแล้ว.   สัตว์เหล่านั้นจึงคิด
อย่างนี้ว่า      จะเป็นการดีหากพวกเราได้แสงสว่างอื่น.       จันทมณฑล
ประมาณ ๔๙  โยชน์    ปรากฏขึ้นเหมือนรู้จิตของสัตว์เหล่านั้น.    สัตว์
เหล่านั้นครั้นเห็นจันทมณฑลนั้น  พากันร่าเริงยินดีอย่างยิ่ง   จึงตั้งชื่อ
จันทมณฑลนั้นว่า   จันทะ  เพราะตั้งขึ้นคล้ายรู้ความพอใจของพวกเรา
เพราะฉะนั้น  ขอจงเป็นจันทะเถิด.
            เมื่อพระจันทร์    พระอาทิตย์ปรากฏอย่างนี้     นักษัตรทั้งหลาย
ก็ปรากฏเป็นรูปดาว.   จำเดิมแต่นั้น     กลางคืน   กลางวัน  และกึ่งเดือน
๑. ที. ปา. ๑๑/๕๖.