๑๐๑๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๑๓
เดือนหนึ่ง  ฤดู   ปี   ก็ปรากฏ   ตามลำดับ.   ในวันปรากฏพระจันทร์
พระอาทิตย์นั่นเอง    ภูเขาสิเนรุ    จักรวาล   ป่าหิมพานต์    และภูเขา
ก็ปรากฏ.    ทั้งหมดนั้นปรากฏในวันเพ็ญเดือน ๔   ไม่ก่อน   ไม่หลัง.
ปรากฏอย่างไร ?   เหมือนอย่างว่า   เมื่อข้าวฟ่างเดือดเกิดฟอง   ด้วยการ
คนครั้งเดียวเท่านั้น.   บางฟองก็เป็นเนิน ๆ  คล้ายสถูป.   บางฟองก็เป็น
ลุ่ม ๆ.    บางฟองก็เสมอ ๆ   ฉันใด.   ในที่เป็นเนิน ๆ   คล้ายสถูปก็เป็น
ภูเขา.   ในที่ลุ่ม ๆ   ก็เป็นมหาสมุทร.   ในที่เสมอ ๆ   ก็เป็นเกาะ.
            ครั้นเมื่อสัตว์เหล่านั้นบริโภคง้วนดิน           บางพวกก็มีผิวงาม
บางพวกก็มีผิวไม่งาม   ตามลำดับ.   ในสองพวกนั้น   พวกที่มีผิวงามก็ดี
หมิ่นพวกมีผิวไม่งาม         เพราะการดูหมิ่นของสัตว์เหล่านั้นเป็นปัจจัย
ง้วนดิน   ก็หายไป.   ปรากฏเป็นกะปิดิน.
            ครั้นแล้ว    กะปิดินของสัตว์ทั้งหลายนั้นหายไป    โดยนัยนั้นก็
ปรากฏเป็นเครือดิน.   แม้เครือดินนั้นก็หายไป    โดยนัยนั้น.   ก็ปรากฏ
เป็นข้าวสาลี   ไม่ใช้ฟืนหุง   ไม่มีรำ   ไม่มีแกลบ   บริสุทธิ์   มีกลิ่นหอม
มีผลเป็นข้าวสาร.  แต่นั้น    ภาชนะย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้น.  สัตว์เหล่า
นั้นวางข้าวสาลีบนภาชนะ   แล้วตั้งไว้บนแผ่นหิน.    เปลวไฟเกิดขึ้นเอง
หุงข้าวสาลีนั้น.   ข้าวสุกนั้นเหมือนดอกมะลิตูม.    ไม่ต้องทำแกงหรือผัก
แห่งข้าวสาลีนั้น.  ปรารถนาจะบริโภครสใด ๆ ก็มีรสนั้น ๆ ให้บริโภค.
เมื่อสัตว์เหล่านั้นนบริโภคอาหารหยาบ   ตั้งแต่นั้นมูตรและกรีสก็เกิด
            ครั้นสัตว์เหล่านั้นต้องการให้มูตรและกรีสออก    ก็แยกเป็นปาก
แผล.  ความเป็นชายก็ปรากฏแก่ชาย.   ความเป็นหญิงก็ปรากฏแก่หญิง
เล่ากันว่าในครั้งนั้น  หญิงเพ่งชาย   และชายเพ่งหญิงเกินเวลา.   เพราะ
สัตว์เหล่านั้นเพ่งกันเกินเวลาเป็นปัจจัย     จึงเกิดความเร่าร้อนทางกาม.
แต่นั้นก็เสพเมถุนกัน.    สัตว์เหล่านั้นถูกวิญญูชนติเตียนทำให้ลำบาก
เพราะการเสพอสัทธรรม  จึงสร้างเรือนเพื่อปกปิดอสัทธรรมนั้น.   สัตว์
เหล่านั้น    เมื่อครองเรือน    ก็ดำเนินตามทิฏฐานุคติของสัตว์ผู้ไม่เกียจ
คร้านคนใดคนหนึ่งตามลำดับ   ทำการสะสม.
            จำเดิมแต่นั้น  รำบ้าง   แกลบบ้าง  ก็หุ้มห่อข้าวสาร. แม้ที่เกี่ยวแล้ว
ก็ไม่งอก. สัตว์เหล่านั้นประชุมกัน ทอดถอนใจว่า   ผู้เจริญทั้งหลาย   ธรรม
ลามกปรากฏแล้วในสัตว์ทั้งหลาย          เพราะพวกเราเมื่อก่อนได้เป็นผู้
สำเร็จแล้วแต่ใจ   ดังนี้    พึงให้พิสดารโดยนัยดังกล่าวแล้ว  ในอัคคัญญ-
สูตร.   แต่นั้นสัตว์ทั้งหลาย   จึงได้ตั้งระเบียบปฏิบัติขึ้นไว้    ดังต่อไปนี้.
            หากสัตว์ผู้ใดผู้หนึ่ง  ถือเอาส่วนของคนอื่นที่เขาไม่ให้.   ว่ากล่าว
สองครั้ง   ในครั้งที่สามประหารด้วยฝ่ามือ   ก้อนดิน  และท่อนไม้.   สัตว์
เหล่านั้น   เมื่อเกิดมีการลักทรัพย์   พูดติเตียน   พูดเท็จ  ทำร้ายร่างกาย
ขึ้น  จึงประชุมกันคิดว่า  ถ้ากระไรพวกเราควรยกย่องสัตว์ผู้หนึ่ง.  เรา
๑. ที. ปา. ๑๑/๖๑.