๑๐๑๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๑๕
จักเพิ่มส่วนแห่งข้าวสาลีให้แก่ผู้ที่พึงข่มผู้ที่ควรข่ม      พึงติเตียนผู้ที่ควร
ติเตียน  พึงขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่  โดยชอบของพวกเรา.
            ก็เมื่อสัตว์ทั้งหลายทำความตกลงกันอย่างนี้แล้ว  ในกัปนี้   พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้านี้แหละยังเป็นพระโพธิสัตว์    มีรูปงามกว่า   น่าดูกว่า  มี
ศักดิ์ใหญ่กว่า   สัตว์เหล่านั้นในสมัยนั้น   สมบูรณ์ด้วยปัญญา   มีกำลัง
สามารถเพื่อจะทำการข่มและยกย่องได้.   สัตว์เหล่านั้น     จึงพากันเข้า
ไปหาพระโพธิสัตว์นั้น  วิงวอนยกย่อง.  พระโพธิสัตว์นั้น  ปรากฏด้วย
นาม ๓   คือ  ชื่อว่ามหาสมมต   เพราะมหาชนสมมต  ๑.  ชื่อว่าขัตติยะ
เพราะเป็นอธิบดีแห่งเขตทั้งหลาย ๑. ชื่อว่าราชา  เพราะให้สัตว์ทั้งหลาย
เหล่าอื่นยินดี     โดยธรรมเสมอ   ๑.     พระโพธิสัตว์เป็นบุรุษคนแรก
ในฐานะเป็นอัจฉริยบุรุษในโลก.    เมื่อทำพระโพธิสัตว์ให้เป็นอาทิบุรุษ
ดำรงในขัตติยมณฑล   แล้ววรรณะทั้งหลายมีพราหมณ์เป็นต้น  ก็ตั้งขึ้น
ตามลำดับ.
            การทำลายด้วยเปลวไฟ  ตั้งแต่มหาเมฆยังกัปให้พินาศ   อสงไขย
หนึ่งนี้  ท่านเรียกว่า  สังวัฏฏะ.
            มหาเมฆสมบูรณ์ยังแสนโกฏิจักรวาลให้เต็มเปี่ยม   ตั้งแต่การทำ
ลายด้วยเปลวไฟอันยังกัปให้พินาศ       อสงไขยที่สองนี้       ท่านเรียกว่า
สังวัฏฏัฏฐายี.
            ความปรากฏแห่งพระจันทร์   พระอาทิตย์   ตั้งแต่มหาเมฆสมบูรณ์
อสงไขยที่ ๓ นี้   ท่านเรียกว่า   วิวัฏฏะ.
            มหาเมฆยังกัปให้พินาศอีก      ตั้งแต่ความปรากฏแห่งพระจันทร์
พระอาทิตย์  อสงไขยที่  ๔ นี้   ท่านเรียกว่า  วิวัฏฏัฏฐายี.
            อสงไขย ๔ เหล่านี้     เป็นมหากัปหนึ่ง.    พึงทราบความพินาศ
ด้วยไฟและความตั้งอยู่   ด้วยประการฉะนี้.
            อนึ่ง   สมัยใดกัปพินาศไปด้วยน้ำ   มหาเมฆยังกัปให้พินาศแต่ต้น
ตั้งขึ้น   พึงให้พิสดารโดยนัยดังกล่าวแล้ว  ในตอนก่อนนั่นแหละ.   แต่
ความแปลกกกันมีดังต่อไปนี้.    มหาเมฆมีน้ำกรดยังกัปให้พินาศ    ตั้งขึ้น
ในที่นี้.     เหมือนพระอาทิตย์ดวงที่สองตั้งขึ้นในอากาศนั้น     ฉะนั้น.
มหาเมฆนั้น    เมื่อยังฝนละเอียดได้ตกแต่ต้น    ย่อมให้ตกเต็มแสนโกฏิ
จักรวาล    ด้วยสายฝนใหญ่ตามลำดับ   แผ่นดินและภูเขาเป็นต้น    ถูก
น้ำกรด    ถูกต้องแล้ว ๆ   ย่อมละลาย   น้ำถูกลมพัดไปโดยรอบ   น้ำท่วม
ตั้งแต่แผ่นดินถึงทุติยฌานภูมิ    น้ำนั้น     ยังพรหมโลกแม้  ๓  ให้ย่อยยับ
ไปในที่นั้น แล้วจดถึงสุภกิณหาตั้งอยู่.  น้ำนั้นยังไม่สงบตราบเท่าสังขาร
ประมาณอณูยังมีอยู่.
            อนึ่ง  น้ำนั้น  ครอบงำสังขารทั้งปวงที่ไปตามน้ำแล้ว  สงบทันที
หายไป   อากาศเบื้องบนมืดมิดเป็นอันเดียว    พร้อมกับอากาศเบื้องล่าง.
บททั้งปวงคล้ายกับที่กล่าวแล้ว   แต่ในที่นี้    โลกทำ  (สร้าง)  อาภัสสร
พรหมโลกทั้งสิ้น     ให้ปรากฏเป็นเบื้องต้น.    สัตว์ทั้งหลายเคลื่อนจาก