| เพราะอรรถว่าสูงสุดและเพราะอรรถว่าไม่ทำให้เร่าร้อน จึงชื่อ |
| ว่า ปณีตะ, อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ปณีตะ - เพราะนำไปสู่ความเป็น |
| ประธาน, การมีใจน้อมไป คือมีจิตส่งไปแล้วในปณีตะมีผลสมาบัตินั้น |
| เป็นอย่างยิ่ง ชื่อว่า ปณีตาธิมุตตะ - น้อมใจไปในผลสมาบัติ, ความ |
| เป็นแห่งการน้อมใจไปในผลสมาบัตินั้น ชื่อว่า ปณีตาธิมุตตตา - ความ |
| น้อมใจไปในผลสมาบัติอันประณีต. ก็ปณีตาธิมุตตตานั้น เป็นบุรพภาค |
| ปัญญามีอันน้อมใจไปในผลสมาบัติแล. |
| คำว่า อรณวิหาเร - ในวิหารธรรมอันไม่มีกิเลสเป็นข้าศึก |
| ได้แก่ วิหารธรรมมีกิเลสไปปราศแล้ว. จริงอยู่กิเลสทั้งหลายมีราคะ |
| เป็นต้น ย่อมรุกราน บดขยี้ เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ฉะนั้น ราคาทิ- |
| กิเลสนั้น จึงชื่อว่า รณา ผู้เบียดเบียน, อีกอย่างหนึ่ง สัตว์ทั้งหลาย |
| ย่อมร้องไห้คร่ำครวญร่ำไรด้วยราคาที่กิเลสเหล่านั้น ฉะนั้น ราคาทิ- |
| กิเลสเหล่านั้น จึงชื่อว่า รณา - กิเลสเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้คร่ำครวญ, |
| วิหารธรรมแม้ทั้ง ๓ อย่าง ท่านได้กล่าวไว้แล้ว, รณะคือกิเลสเป็นเหตุให้ |
| สัตว์ร้องไห้คร่ำครวญไม่มีแก่ธรรมนี้ ฉะนั้น ธรรมนี้ จึงชื่อว่า อรณะ, |
| พระอริยบุคคลย่อมนำธรรมอันเป็นข้าศึกออกได้ด้วยธรรมนั้น ฉะนั้น |
| ธรรมนั้น จึงชื่อว่า วิหาระ นำธรรมที่เป็นข้าศึกออก. อรณธรรม |
| นั้น ก็ชื่อว่าวิหารธรรม. |