๑๐๒๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๒๑
            บทว่า    เอวมายุปริยนฺโต   -   มีกำหนดอายุเพียงเท่านี้     คือ   มี
กำหนดอายุ  ๑๐๐ ปี   หรือ   ๘  โกฏิ  ๔  แสนกัป.
            บทว่า โส   ตโต จุโตฺ   อมุตฺร อุทปาทึ - ครั้นจุติจากภพนั้นแล้ว
ได้มาเกิดในภพนี้   คือ  เราครั้นจุติจากภพ   กำเนิด    คติ   วิญญาณฐิติ
สัตตาวาส     หรือสัตตนิกายนั้นแล้ว    ได้มาเกิดในภพ    กำเนิด    คติ
วิญญาณฐิติ  สัตตาวา    หรือสัตตนิกายโน้น.
            บทว่า   ตตฺราปาสึ - ได้มีแล้วในภพนั้น   ได้มีแล้วอีกในภพ
กำเนิด  คติ   วิญญาณฐิติ     สัตตาวาส   หรือสัตตนิกาย   แม้นั้น.   บท
มีอาทิว่า   เอวํนาโม   มีนัยดังได้กล่าวแล้ว.
            อีกอย่างหนึ่ง    เพราะบทว่า     อมุตฺราสึ  นี้   เป็นการระลึกถึง
ของผู้ปรารถนาขึ้นไป    ตามลำดับ.
            บทว่า  โส    ตโต   จุโต   เป็นการพิจารณาของผู้กลับ.   ฉะนั้น
บทว่า  อิธูปปนฺโน   พึงทราบว่า   ท่านกล่าวบทนี้ว่า   อมุตฺรอุทปาทึ
หมายถึงที่เกิดของภิกษุนั้น   ในลำดับแห่งการเกิดในโลกนี้.
            บทมีอาทิอย่านี้ว่า    ตตฺราปาสึ   ท่านกล่าวเพื่อแสดงการระลึก
ถึงชื่อและโคตรเป็นต้น   ในที่เกิด   ในลำดับแห่งการเกิดนี้    ในภพนั้น
ของภิกษุนั้น.
            บทว่า  โส  ตโต  จุโต  อิธูปปนฺโน   ครั้นจุติจากภพนั้นแล้ว
มาเกิดในภพนี้   ความว่า   เราครั้นจุติจากที่เกิดในลำดับนั้นแล้ว มาเกิด
ในตระกูลกษัตริย์   หรือในตระกูลพราหมณ์โน้น  ในภพนี้.
          บทว่า   อิติ  คือ  ด้วยประการฉะนี้.
          บทว่า  สาการํ   สอุทเทสํ  - พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุทเทส
 คือ  พร้อมทั้งอุทเทส   ด้วยชื่อและโคตร.       พร้อมทั้งอาการด้วยผิวเป็น
ต้น.    เพราะท่านแสดงถึงสัตว์    โดยชื่อและโคตรว่า    ติสสะ    ผุสสะ
กัสสปโคตร.    ปรากฏโดยความต่างด้วยผิวพรรณเป็นต้นว่า    ขาว   ดำ.
เพราะฉะนั้น  ชื่อและโคตรเป็นอุทเทส.  นอกนั้นเป็นอาการ   ด้วยประการ
ฉะนี้.
                       จบ   อรรถกถาบุพเพนิวารสานุสติญาณนิทเทส
ทิพจักขุญาณนิทเทส
            [ ๒๕๗]  ปัญญาในความเห็นรูปเป็นนิมิตหลายอย่าง   หรือ
อย่างเดียวด้วยสามารถแสงสว่าง   เป็นทิพจักษุญาณอย่างไร ?
            ภิกษุในศาสนานี้   เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยสมาธิยิ่งด้วย
ฉันทะและสังขารอันเป็นประธาน      ฯลฯ    ครั้นแล้วย่อมมนสิการถึง
อาโลกสัญญา  ตั้งสัญญาว่าเป็นกลางวัน   มีใจเปิดเผย  ไม่มีอะไรหุ้มห่อ
เจริญจิตให้มีแสงสว่างว่ากลางวันฉันใด   กลางคืนฉันนั้น    กลางคืนฉัน