๑๐๒๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๒๙
            บทว่า  สุคเต - ได้ดี   คือ  ไปดีหรือมั่งคั่งมีทรัพย์มาก  เพราะ
ประกอบด้วยผล   ของอโลภะ.
            บทว่า ทุคฺคเต - ตกยาก  คือ ถึงความลำบาก  หรือยากจนมีข้าว
น้ำน้อย   เพราะประกอบด้วยผลของโลภะ.
            บทว่า  ยถากมฺมูปเค - เป็นไปตามกรรม คือ เป็นไปตามกรรม
ที่สะสมไว้.  ท่านกล่าวถึงกิจของทิพจักษุด้วยมีอาทิว่า จวมาเน  บทก่อน.
แต่ด้วยบทนี้ท่านกล่าวถึงหน้าที่ของยถากัมมูปคญาณ -  ญาณกำหนดรู้ว่า
สัตว์เป็นไปตามกรรม.
            อนึ่ง   ลำดับแห่งการเกิดของฌานนั้นมีดังนี้     ภิกษุในศาสนานี้
เจริญอาโลกกสิณมุ่งไปสู่นรกเบื้องต่ำ    ย่อมเห็นสัตว์นรกทั้งหลายเสวย
ทุกข์ยิ่งใหญ่.    การเห็นนั้นนั่นแหละ   เป็นกิจของทิพจักษุ.   ภิกษุนั้น
มนสิการอย่างนี้ว่า   สัตว์เหล่านี้ทำกรรมอะไรไว้หนอ   จึงต้องเสวยทุกข์
นั้น.   ครั้นแล้วญาณมีกรรมนั้น ๆ เป็นอารมณ์เกิดแก่ภิกษุนั้นว่า เพราะ
ทำกรรมนี้.
            อนึ่ง   ภิกษุเจริญอาโลกกสิณมุ่งไปสู่เทวโลกเบื้องบน   เห็นสัตว์
ทั้งหลายเสวยมหาสมบัติในสวนนันทนวัน  มิสสกวัน     และปารุสกวัน
เป็นต้น. การเห็นแม้นั้นก็เป็นกิจของทิพจักษุนั้นเอง. ภิกษุนั้นมนสิการ
อย่างนี้ว่า   สัตว์เหล่านี้ทำกรรมอะไรไว้หนอ  จึงต้องเสวยสมบัตินี้  ครั้น
แล้วญาณมีกรรมนั้นเป็นอารมณ์เกิดแก่ภิกษุนั้นว่า      เพราะทำกรรมนี
นี้ชื่อว่ายถากัมมูปคญาณ.    การบริกรรมต่างออกไปจากนี้ไม่มีแก่ภิกษุนี้.
แม้อนาคตังสญาณก็เหมือนญาณนี้.  จริงอยู่  ญาณเหล่านี้มีทิพจักขุญาณ
เป็นบาท  ย่อมสำเร็จพร้อมด้วยทิพจักษุนั่นเอง.
            บทว่า   อิเม   ในบทมีอาทิว่า   อิเม   วต    โภนฺโต      เป็นบท
ขยายความของผู้เห็นด้วยทิพจักษุ.
            บทว่า   วต   เป็นนิบาตลงในอรรถแห่งความรำพึงถึง
            บทว่า   โภนฺโต   คือ   ผู้เจริญทั้งหลาย.     ชื่อว่าทุจริต   เพราะ
ประพฤติด้วยความชั่ว.     หรือประพฤติความชั่ว    เพราะเน่าด้วยกิเลส.
ชื่อว่ากายทุจริต   เพราะประพฤติชั่วทางกาย.   หรือความประพฤติชั่วเกิด
ขึ้นทางกาย.  แม้ในบทนอกนั้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
            บทว่า   สมนฺนาคตา  - ประกอบแล้ว   คือ   มีความพร้อมแล้ว.
            บทว่า   อริยานํ   อุปวาทกา -  ติเตียนพระอริยเจ้า   คือ  เป็นผู้
ใคร่ความพินาศแก่พระอริยเจ้า  ผู้เป็นพระพุทธเจ้า  พระปัจเจกพุทธเจ้า
และพระสาวกโดยที่สุด     แม้แกคฤหัสถ์ผู้เป็นโสดาบัน   ติเตียนด้วยอัน-
ติมวัตถุ   หรือด้วยการกำจัดคุณ.    อธิบายว่า   ด่า   ติเตียน.    กล่าวว่า
สมณธรรมไม่มีแก่ท่านเหล่านี้      ท่านเหล่านี้มิใช่สมณะ.      พึงทราบว่า
ชื่อว่าติเตียนด้วยอันติมวัตถุ.   กล่าวคำมีอาทิว่า   ฌาน   วิโมกข์   มรรค