๑๐๓๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๓๙
อัญญินทรีย์มีอินทรีย์ ๘ ประการนี้ซึ่งมีสหชาตธรรมเป็นบริวาร...ธรรม
เหล่านั้นแลเป็นอาการและเป็นบริวารของอัญญินทรีย์นั้น.
            [๒๖๑]  ในขณะสกทาคามิมรรค  ฯลฯ  ในขณะสกทาคามิผล
ฯลฯ  ในขณะอนาคามิมรรค   ฯลฯ  ในขณะอนาคามิผล  ฯลฯ
            ในขณะอรหัตมรรค  อัญญินทรีย์มีสัทธินทรีย์ซึ่งมีความน้อมใจ
เชื่อเป็นบริวาร    ฯลฯ    ชีวิตินทรีย์มีความเป็นอธิบดีในความสืบต่อที่
กำลังเป็นไปเป็นบริวาร    ธรรมทั้งหลายที่เกิดในขณะอรหัตมรรค  นอก
จากรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน  ทั้งหมดนั่นแลเป็นกุศลแล้ว  ไม่มีอาสวะ เป็น
ธรรมเครื่องนำออก   เป็นธรรมเครื่องให้ถึงความไม่สั่งสม   เป็นโลกุตระ
มีนิพพานเป็นอารมณ์   ในขณะอรหัตมรรค   อัญญินทรีย์มีอินทรีย์ ๘
ประการนี้ซึ่งมีสหชาตธรรมเป็นบริวาร . . . ธรรมเหล่านั้นแลเป็นอาการ
และเป็นบริวารของอัญญินทรีย์นั้น.
            [๒๖๒]  ในขณะอรหัตผล     อัญญาตาวินทรีย์มีสัทธินทรีย์
ซึ่งมีความน้อมใจเธอเป็นบริวาร  วีริยินทรีย์มีการประคองไว้เป็นบริวาร
สตินทรีย์มีความตั้งมั่นเป็นบริวาร      สมาธินทรีย์มีความไม่ฟุ้งซ่านเป็น
บริวาร      ปัญญินทรีย์มีความเห็นเป็นบริวาร     มนินทรีย์มีความรู้แจ้ง
เป็นบริวาร   โสมนัสสินทรีย์มีความยินดีเป็นบริวาร   ชีวิตินทรีย์มีความ
เป็นอธิบดีในการสืบต่อ  ที่กำลังเป็นไปเป็นบริวาร  ธรรมทั้งหลายที่เกิด
ในขณะอรหัตผล     ทั้งหมดนั่นแลเป็นอัพยากฤตนอกจากรูปที่มีจิตเป็น
สมุฏฐาน    ล้วนไม่มีอาสวะ  เป็นโลกุตระ    มีนิพพานเป็นอารมณ์   ใน
ขณะอรหัตผล  อัญญาตาวินทรีย์มีอินทรีย์ ๘ ประการนี้ซึ่งมีสหชาตธรรม
เป็นบริวาร    มีธรรมอื่น ๆ เป็นบริวาร     มีธรรมที่อาศัยกันเป็นบริวาร
มีธรรมที่ประกอบกันเป็นบริวาร   เป็นสหรคต    เกิดร่วมกัน   เกี่ยวข้อง
กัน    ประกอบด้วยกัน   ธรรมเหล่านั้นแลเป็นอาการและเป็นบริวารของ
อัญญาตาวินทรีย์นั้น    อินทรีย์ ๘  หมวดเหล่านี้      รวมเป็นอาการ ๖๔
ด้วยประการฉะนี้.
          [๒๖๓]  คำว่า  อาสวะ  ความว่า  อาสวะเหล่านั้นเป็นไฉน  ?
อาสวะเหล่านั้น   คือ   กามาสวะ   ภวาสวะ   ทิฏฐาสวะ   อวิชชาสวะ.
          อาสวะเหล่านั้นย่อมสิ้นไป  ณ ที่ไหน  ทิฏฐาสวะทั้งสิ้น  กามา-
สวะ   ภวาสวะ    อวิชชาสวะ    อันเป็นเหตุให้ไปสู่อบาย    ย่อมสิ้นไป
เพราะโสดาปัตติมรรค  อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะโสดาปัตติมรรค
นี้    กามาสวะส่วนหยาบ ๆ   ภวาสวะ   อวิชชาสวะ    ซึ่งตั้งอยู่ร่วมกันกับ
กามาสวะนั้น   ย่อมสิ้นไปเพราะสกทาคามิมรรค   อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้น
ไปในขณะสกทาคามิมรรคนี้   กามาสวะทั้งสิ้น    ภวาสวะ   อวิชชาสวะ
ซึ่งตั้งอยู่ร่วมกันกับกามาสวะนั้น   ย่อมในรูปเพราะอนาคามิมรรค  อาสวะ
เหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะอนาคามิมรรคนี้    ภวาสวะ  อวิชชาสวะทั้งสิ้น
ย่อมสิ้นไปเพราะอรหัตมรรค    อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะอรหัต-
มรรคนี้.