๑๐๔๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๔๓
            บทว่า  ปวตฺตสนฺตตาธิปเตยฺยปริวารํ - ชีวิตินทรีย์มีความเป็น
อธิบดี  ในความสืบต่อที่กำลังเป็นไปเป็นบริวาร   คือความสืบต่อที่กำลัง
เป็นไป  ชื่อว่า  ปวัตตสันตตี.   อธิบายว่า   สันดานที่กำลังเป็นไปอยู่.
ความเป็นแห่งอธิบดี   ชื่อว่า    อธิปเตยยะ   ความเป็นอธิบดีแห่งความ
สืบต่อที่กำลังเป็นไป  ชื่อว่า  ปวัตตสันตตาธิปเตยยะ.
            ชีวิตินทรีย์เป็นบริวารแห่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์    เพราะ
เป็นปัจจัยแห่งความเป็นไป      เบื้องบนของชีวิตนทรีย์ที่กำลังเป็นไปอยู่
และเพราะความเป็นอธิบดีของความสืบต่อที่เป็นไป     ด้วยสามารถแห่ง
เบื้องต้นและเบื้องปลาย.
             บทมีอาทิว่า    โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ  ชาตา   ธมฺมา  -   ธรรม
ทั้งหลายเกิดในขณะแห่งโสดาปัตติผล    ท่านกล่าว   เพื่อแสดงถึงคุณแห่ง
ธรรมสัมปยุตด้วยมรรคทั้งปวง.
            ในบทเหล่านั้น  บทว่า  มคฺคกฺขเณ   ชาตา -  ธรรมทั้งหลาย
เกิดในขณะแห่งมรรค  คือ  ธรรมที่ตั้งอยู่ในมรรคอย่างนั้น.  มิใช่ธรรม.
อื่น.   เพราะรูปแม้ตั้งอยู่ในมรรค   ก็ไม่ได้ชื่อว่ากุศลเป็นต้น.   ฉะนั้น
เมื่อนำรูปนั้นออกไป   จึงกล่าวว่า    €เปตฺวา   จิตฺตสมุฏฺ€านํ   รูป -
นอกจากรูปมิจิตเป็นสมุฏฐาน.  เพราะว่า  ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น
เป็นกุศล   ด้วยอรรถว่ามีการทำลายสิ่งน่าเกลียดเป็นต้น.   ธรรมเหล่านั้น
ทำนิพพานให้เป็นอารมณ์แล้ว   เป็นไปอยู่.   ชื่อว่า   อนาสวา -  เพราะ
ไม่มีอาสวะ.
             ธรรมทั้งหลายตัดมูลแห่งวัฏฏะ   ทำนิพพานให้เป็นอารมณ์  ชื่อว่า
นิยฺยานิกา   เพราะนำออกจากวัฏฏะ.
             ธรรมที่กล่าวคือ   กุศล   อกุศล   ชื่อว่า  อปจยคามิโน   เพราะ
ทำนิพพาน   กล่าวคือ   ความไม่สะสม   เพราะความปราศจากไปให้เป็น
อารมณ์แล้วเป็นไป   ย่อมถึงความไม่สะสม.
            ชื่อว่า   อปจยคามิโน   เพราะไม่สะสม   คือ  กำจัดสิ่งที่เป็นไป
อยู่บ้าง.
            ชื่อว่า    โลกุตฺตรา    เพราะข้ามออกไปจากโลก    โดยความไม่
เกี่ยวเนื่องในโลก.
            ชื่อว่า   นิพฺพานารมฺมณา  เพราะมีนิพพานเป็นอารมณ์.
            บทมีอาทิว่า   อิมานิ   อฏฺ€ินฺทฺริยานิ    มีอินทรีย์  ๘   ท่านกล่าว
เพื่อแสดงความเป็นบริวารดังกล่าวแล้วในตอนก่อน        ความเป็นธรรม
มีอาทิ    สหรคตด้วยอินทรีย์นั้น    และอาการดังได้กล่าวแล้วในเบื้องต้น.
            ในบทเหล่านั้น    บทว่า   อฏฺ€ินฺทฺริยานิ    คือ     อินทรีย์ ๘
พร้อมด้วยปัญญินทรีย์   มีนัยดังกล่าวแล้วในตอนก่อน.
            บทว่า  สหชาตปริวารา - มีสหชาตเป็นบริวาร  คือ  อินทรีย์  ๗
นอกนั้น  พร้อมด้วยอินทรีย์หนึ่ง ๆ ในอินทรีย์ ๘  เป็นสหชาต  จึงชื่อว่า