| มีสหชาตของอินทรีย์นั้นเป็นบริวาร. อนึ่ง ธรรมอื่น ๆ เป็น อญฺ- |
| มญฺปริวารา คือ มีธรรมอื่น ๆ เป็นบริวาร ด้วยประการฉะนี้. ธรรม |
| ทั้งหลาย มีธรรมที่อาศัยกันเป็นบริวาร มีธรรมที่ประกอบกันเป็นบริวาร |
| ของกันและกันก็อย่างนั้นเหมือนกัน. |
| |
| บทว่า สทคตา คือ ถึงภาวะมีเกิดร่วมกันกับอนัญญาตัญญัส- |
| สามีตินทรีย์นั้น. |
| บทว่า สหชาตา คือ เกิดพร้อมกันกับอนัญญาตัญญัสสามี- |
| ตินทรีย์นั้น. |
| บทว่า สํสฏฺา คือ เกี่ยวข้องกันกับอนัญญาตัญญัสสามีติน- |
| ทรีย์นั้น. |
| บทว่า สมฺปยุตฺตา คือ ประกอบด้วยประการมีเกิดร่วมกัน |
| เสมอกับด้วยอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์นั้น. |
| บทว่า เตว ได้แก่ ธรรม คือ อินทรีย์ ๘ เหล่านั้นนั่นเอง. |
| บทว่า ตสฺส ได้แก่ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์. |
| บทว่า อาการา คือ ส่วนที่เป็นบริวาร. |
| บทว่า ผลกฺขเณ ชาตา ธมฺมา สพฺเพว อพฺยากตา โหนฺติ- |
| ธรรมทั้งหลายที่เกิดในขณะผล ทั้งหมดเป็นอัพยากฤต คือ ท่านกล่าว |
| พร้อมกับรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เพราะแม้รูปก็เป็นอัพยากฤต. ท่าน |
| ไม่กล่าวว่า เป็นกุศล เป็นนิยยานิกะ และเป็นอปจยคามี ในขณะ |