| ท่านประสงค์เอาโลกิยญาณเท่านั้น. เพราะฉะนั้น พระสารีบุตรเถระ |
| จึงกล่าวว่า ตตฺถ ตมํ ทุกฺเข าณํ - ในญาณเหล่านั้น ทุกขญาณ |
| เป็นไฉน ? |
| |
| ในบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺขํ อารพฺภ - ปรารภทุกข์ คือ |
| หน่วงเหนี่ยวทุกขสัจ. คือทำให้เป็นอารมณ์. |
| ในบทมีอาทิว่า ปญฺา พึงทราบอธิบายดังต่อไปนี้. ชื่อว่า |
| ปัญญา เพราะอรรถว่าให้รู้ กล่าวคือ ทำอรรถนั้น ๆ ให้ปรากฏ. อีก |
| อย่างหนึ่ง ชื่อว่า ปัญญา เพราะรู้ธรรมทั้งหลาย โดยประการนั้น ๆ |
| มีความไม่เที่ยงเป็นต้น. บทนี้ เป็นสภาวบทของปัญญานั้น. อาการ |
| รู้ชัด ชื่อ ปชานนา. ชื่อว่า วิจยะ เพราะเลือกเฟ้นถึงความไม่เที่ยง |
| เป็นต้น. บทว่า ปวิจยะ - ความค้นคว้า เพิ่มบทอุปสรรคลงไป ได้แก่ห |
| ความเลือกเฟ้นโดยทั่วไป. ชื่อว่า ธรรมวิจยะ เพราะความสอดส่อง |
| จตุสัจธรรม.. ชื่อว่า สัลลักขณะ - ความกำหนดดี ด้วยสามารถการ |
| กำหนดความไม่เที่ยงเป็นต้นโดยชอบ. ท่านกล่าวว่า สัลลักขณานั้น |
| แหละ คือ อุปลักขณา - ความเข้าไปกำหนด ปัจจุปลักขณา - ความ |
| เข้าไปกำหนดเฉพาะ โดยต่างกันที่อุปสรรค. อธิบายว่า การกำหนด |
| อย่างสูง ชื่อว่า ความเข้าไปกำหนดอาศัยธรรมมีความไม่เที่ยงเป็นต้น |
| เหล่านั้นๆ. ความเป็นบัณฑิต ชื่อว่า ปณฺฑิจฺจํ. ความเป็นผู้ฉลาด |
| ชื่อว่า โกสลฺลํ. ความเป็นผู้ละเอียด ชื่อว่า เนปุญฺํ. ชื่อว่า เวภพฺยา |