๑๐๕๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๕๑
คือความแจ่มแจ้ง   ด้วยสามารถยังความไม่เที่ยงเป็นต้นให้แจ่มแจ้ง.   ชื่อว่า
จินฺตา -  ความคิด  ด้วยสามารถคิดถึงความไม่เที่ยงเป็นต้น.   อนึ่ง  ชื่อว่า
จินฺตา - เพราะยังบุคคลที่เกิดความคิดให้คิดถึงความไม่เที่ยงเป็นต้น.  ชื่อ
ว่า   อุปปริกฺขา    เพราะพิจารณาถึงความไม่เที่ยงเป็นต้น.
            บทว่า    ภูริ    คือ    แผ่นดิน.    ชื่อว่า   ภูริ   เพราะมีปัญญาดุจ
แผ่นดิน   ด้วยอรรถว่าละเอียด    และด้วยอรรถว่ากว้างขวาง.    อีกอย่าง
หนึ่ง    ปัญญานั้นแหละ    ท่านกล่าวว่า    ภูริ    เพราะอรรถว่ายินดีใน
อรรถที่เป็นจริง.
            ชื่อว่า    เมธา    เพราะอรรถว่าฆ่า   คือ   ทำลายกิเลสดุจสายฟ้า
ทำลาย   สิ่งที่ก่อด้วยหิน  ฉะนั้น.
            อีกอย่างหนึ่ง    ชื่อว่า   เมธา    เพราะอรรถว่าถือเอาและทรงไว้
ได้เร็ว.
            ชื่อว่า   ปริณายิกา   เพราะอรรถว่า   ย่อมนำผู้ที่ญาณเกิดไปใน
สัมปยุตธรรมและปฏิเวธธรรม       อันกำหนดตามความเป็นจริงในการ
ปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่ตน.
            ชื่อว่า    วิปัสสนา    เพราะอรรถว่าเห็นธรรมหลายอย่าง   ด้วย
สามารถความไม่เที่ยงเป็นต้น.
            ชื่อว่า     สัมปชานะ  เพราะรู้ความไม่เที่ยงเป็นต้นโดยชอบ.
ความเป็นแห่งความรู้พร้อมนั้น  ชื่อว่า  สัมปชัญญะ.
            ชื่อว่า   ปโตโท  - ปัญญาดังปฏัก   เพราะทิ่มแทงจิตโกงอันแล่น
ไปนอกทางเพื่อให้เข้าทาง   ดุจปฏักทิ่มแทงม้าที่วิ่งไปนอกทางเพื่อให้ขึ้น
ถนน  ฉะนั้น.
            ชื่อว่า   อินทรีย์    คือ   ความเป็นใหญ่   เพราะอรรถว่าทำความ
เป็นใหญ่    ในลักษณะเห็น.   ความเป็นใหญ่    คือ   ปัญญา   ชื่อว่า
ปัญญินทรีย์.   ท่านอธิบายไว้อย่างไร.   ท่านไม่กล่าวบทนี้ว่า   อินทรีย์
แห่งปัญญา  ชื่อว่า  ปัญญินทรีย์   ดุจบทมีอาทิว่า   ปุริสสฺส  อินฺทฺริยํ
ปุริสินฺทฺริยํ - อินทรีย์ของบุรุษ   ชื่อว่า   ปุริสินทรีย์.   เมื่อเป็นเช่นนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า  อินทรีย์  คือ  ปัญญานั่นแหละ    ชื่อว่า  ปัญญินทรีย์
คือปัญญาเป็นใหญ่.
            ชื่อว่า   ปัญญาพละ   คือ   ปัญญาเป็นกำลัง   เพราะไม่หวั่นไหว
ไปด้วยอวิชชา.
            ปัญญาเป็นดังศัสตรา   เพราะอรรถว่าตัดกิเลส  จึงชื่อว่า  ปัญญา
ดังศาสตรา.
            ปัญญาเป็นดังปราสาท   เพราะอรรถว่าขึ้นไปสูง  จึงชื่อว่า  ปัญญา
ดังปราสาท.
            ปัญญาเป็นดังแสงสว่าง     เพราะอรรถว่าทำให้สว่าง     จึงชื่อว่า
ปัญญาเป็นแสงสว่าง.