| แม้ในนิทเทสนี้ พระเถระก็แสดงโดยอนุรูปแก่พระสูตรนั้น. เพราะ |
| ท่านจำแนกความอันมีอยู่โดยอาการไม่น้อย. ทั้งผู้อื่นย่อมรู้โดยประการ |
| อื่น. |
| ปัญญาดังรัตนะ เพราะอรรถว่าทำความยินดี ให้ความยินดี ยัง |
| ความยินดีให้เกิด ทำให้วิจิตรหาได้ยาก ชั่งไม่ได้ เป็นของใช้ของสัตว์ |
| อย่างงาม จึงชื่อว่า ปญฺารตนํ - ปัญญาดังรัตนะ. |
| ชื่อว่า อโมโห คือ ความไม่ลง เพราะสัตว์ทั้งหลายไม่ลุ่ม |
| หลงไป ด้วยเหตุนั้น. หรือไม่ลุ่มหลงไปในอารมณ์ด้วยตนเอง. บทว่า |
| ธรรมวิจยะ มีอรรถดังได้กล่าวแล้ว, ก็เพราะเหตุไรท่านจึงกล่าวไว้อีก. |
| เพื่อแสดงความที่อโมหะเป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงแสดง |
| บทนี้ไว้ว่า อโมหะนั้นมิใช่ธรรมนอกจากโมหะอย่างเดียว แต่ยังเป็น |
| ปฏิปักษ์ต่อโมหะ ในนิทเทสนี้ ท่านประสงค์เอาอโมหะ กล่าวคือ การ |
| เลือกเฟ้นธรรม. |
| บทว่า สมฺมาทิฏฺิ ได้แก่ กุศลทิฏฐิอันนำสัตว์ออกไปได้อย่าง |
| แท้จริง. ท่านกล่าวคำถามไว้โดยสังเขปว่า ในญาณเหล่านั้น ทุกข- |
| สมุทยญาณ ทุกขนิโรธญาณ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ เป็นไฉน |
| ด้วยประการฉะนี้. |
| จบ อรรถกถาสัจญาณจตุกทวยนิทเทส |