๑๐๕๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๕๓
            ปัญญาเป็นรัศมี    เพราะอรรถว่าทำให้สว่าง   จึงชื่อว่า    ปัญญา
เป็นรัศมี.
            ปัญญารุ่งเรือง   เพราะอรรถว่าทำให้สว่างไสว  จึงชื่อว่า  ปัญญา
รุ่งเรือง.
            จริงอยู่   โลกธาตุหนึ่งหมื่น    มีแสงเป็นอันเดียว    มีความสว่าง
เป็นอันเดียว     มีความรุ่งเรืองเป็นอันเดียว     ย่อมปรากฏแก่ผู้มีปัญญา
ผู้นั่งโดยบัลลังก์เดียว. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวบท   ปญฺา ปชฺโชโต
นั้น.
            อนึ่ง   ใน  ๓  บทนี้  แม้ด้วยบทหนึ่งก็สำเร็จความอย่างเดียวกัน
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตร     ด้วยอัธยาศัยของสัตว์
ทั้งหลายว่า
                     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  แสงสว่างมี  ๔  อย่าง
            คือ  แสงสว่างของดวงจันทร์   ๑   แสงสว่างของดวง
            อาทิตย์   ๑     แสงสว่างของไฟ   ๑    แสงสว่างของ
            ปัญญา  ๑.  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง  ๔ อย่าง
            เหล่านี้แล.    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    แสงสว่าง   ๔
            เหล่านี้   แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศกว่าแสงสว่าง
            เหล่าอื่น.
๑. องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๔๔,๑๔๕.
แม้ในนิทเทสนี้    พระเถระก็แสดงโดยอนุรูปแก่พระสูตรนั้น.    เพราะ
ท่านจำแนกความอันมีอยู่โดยอาการไม่น้อย.   ทั้งผู้อื่นย่อมรู้โดยประการ
อื่น.
           ปัญญาดังรัตนะ   เพราะอรรถว่าทำความยินดี   ให้ความยินดี ยัง
ความยินดีให้เกิด   ทำให้วิจิตรหาได้ยาก  ชั่งไม่ได้   เป็นของใช้ของสัตว์
อย่างงาม   จึงชื่อว่า   ปญฺารตนํ -  ปัญญาดังรัตนะ.
            ชื่อว่า   อโมโห   คือ ความไม่ลง   เพราะสัตว์ทั้งหลายไม่ลุ่ม
หลงไป  ด้วยเหตุนั้น.   หรือไม่ลุ่มหลงไปในอารมณ์ด้วยตนเอง.  บทว่า
ธรรมวิจยะ   มีอรรถดังได้กล่าวแล้ว,   ก็เพราะเหตุไรท่านจึงกล่าวไว้อีก.
เพื่อแสดงความที่อโมหะเป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะ.  ด้วยเหตุนั้น  ท่านจึงแสดง
บทนี้ไว้ว่า  อโมหะนั้นมิใช่ธรรมนอกจากโมหะอย่างเดียว   แต่ยังเป็น
ปฏิปักษ์ต่อโมหะ  ในนิทเทสนี้  ท่านประสงค์เอาอโมหะ  กล่าวคือ  การ
เลือกเฟ้นธรรม.
          บทว่า   สมฺมาทิฏฺ€ิ  ได้แก่  กุศลทิฏฐิอันนำสัตว์ออกไปได้อย่าง
แท้จริง.    ท่านกล่าวคำถามไว้โดยสังเขปว่า    ในญาณเหล่านั้น    ทุกข-
สมุทยญาณ  ทุกขนิโรธญาณ  ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ  เป็นไฉน
ด้วยประการฉะนี้.
                        จบ  อรรถกถาสัจญาณจตุกทวยนิทเทส