๑๐๕๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๕๗
ในความรุ่งเรืองแห่งนิรุตติ  เป็นนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ   ปัญญาในความ
รุ่งเรืองแห่งปฏิภาณ    เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ
            ปัญญาในความประกาศอรรถ  เป็นอรรถปฏิสัมภิทาญาณ ปัญญา
ในความประกาศธรรม     เป็นธรรมปฏิสัมภิทาญาณ     ปัญญาในความ
ประกาศนิรุตติ    เป็นนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ    ปัญญาในความประกาศ
ปฏิภาณ  เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ.
            ชื่อว่าญาณ    เพราะอรรถว่ารู้ว่าธรรมนั้น   ชื่อว่าปัญญา   เพราะ
อรรถว่ารู้ชัด     เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า     อรรถปฏิสัมภิทาญาณ
ธรรมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ.
๖๔ - ๖๗.  อรรถกถาสุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส
             [๒๖๘]  พึงทราบวินิจฉัยในสุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส    ดัง
ต่อไปนี้.  พระสารีบุตรเถระมิได้แสดงถึงประเภทของญาณเหล่านี้    ดุจ
หนหลังเพราะญาณเหล่านี้ไม่มีความต่างกันจึงกล่าวบทมีอาทิว่า  อตฺเถสุ
าณํ  อตฺถปฏิสมฺภิทา - ญาณในอรรถ ชื่อว่า อรรถปฏิสัมภิทา  แม้
ในความไม่มีความต่างกันแห่งปัญญา    ท่านจึงกล่าวว่า    อตฺถนานตฺเต
ปญฺา  อตฺถปฏิสมฺภิเท าณํ - ปัญญาในความต่างกันแห่งอรรถ เป็น
อรรถปฏิสัมภิทาญาณ    เพราะมีความต่างกันด้วยสามารถเพียงแทงตลอด
จตุสัจธรรม.
            ในบทเหล่านั้น  บทว่า  นานตฺเต  - ในความต่างกัน   คือในภาวะ
ไม่น้อยแห่งอรรถเป็นต้น.
            บทว่า    ววตฺถาเน  - ในความกำหนด    คือในการตัดสินอรรถ
เป็นต้น.
            บทว่า    สลฺลกฺขเณ  -  ในความหมาย     คือในการเห็นอรรถ
เป็นต้นโดยชอบ.
            บทว่า อุปลกฺขเณ - ในความเข้าไปหมาย   คือในการเห็นอรรถ
เป็นต้นมากขึ้นไป.
            บทว่า   ปเภเท -  ในประเภท     คือในความต่างกันแห่งอรรถ
เป็นต้น.
            บทว่า  ปภาวเน  - ในความปรากฏ   คือในความเกิดแห่งอรรถ
เป็นต้นด้วยทำให้ปรากฏ.
            บทว่า  โชตเน -  ในความกระจ่าง   คือในการแสดงอรรถเป็นต้น.
            บทว่า   วิโรจเน - ในความรุ่งเรือง  คือในการแสดงอรรถเป็นต้น
หลายอย่าง.
            บทว่า  ปกาสเน - ในความประกาศ คือในความประกาศอรรถ
เป็นต้น.
            ในกล่าวทำ บทว่า  นานตฺเต ให้เป็นมูลบทด้วยสามารถทั่วไป
แห่งบททั้งหมด.  กล่าวบทว่า   ววตฺถาเน   ด้วยสามารถแห่งพระโสดาบัน