| ชื่อว่าสรณะ๑ และรู้ธรรมชื่อว่าอรณะ๒ ครั้นรู้แล้ว |
| จักปฏิบัติ อรณปฏิปทา. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย |
| ก็แล กุลบุตรชื่อ สุภูติ เป็นผู้ปฏิบัติแล้ว ซึ่ง |
| อรณปฏิปทา๓ ดังนี้. |
| ในอรณวิภังคสูตรนั้น มัชฌิมาปฏิปทาท่านสงเคราะห์ด้วย |
| ทัสนาธิปเตยยะ พระนิพพาน และวิหารธิคมะ. |
| การไม่ประกอบกามสุขัลลิกานุโยคและอัตกิลมถามุโยค เป็น |
| มัชฌิมาปฏิปทาแท้เทียว. จริงอยู่ สำหรับพระอรหันต์ บุรพภาคแห่ง |
| วิปัสสนาเป็นมัชฌิมาปฏิปทา และอรหัตผลสมาบัติก็เป็นมัชฌิมาปฏิปทา |
| ด้วยสามารถแห่งมรรคมีองค์ ๘. ส่วนปฏิปทาที่เหลือ พึงทราบว่า |
| สงเคราะห์ด้วย ปณีตาธิมุตตตานั่นแล. |
| พระอรหันต์ทั้งปวงเป็นผู้อยู่ด้วยอรณธรรมก็จริง, ถึงอย่างนั้น |
| พระอรหันต์เหล่าอื่นเมื่อจะแสดงธรรม ก็ย่อมแสดงธรรมยกย่องและ |
| ข่มด้วยสามารถแห่งบุคคลว่า กุลบุตรเหล่านี้ ปฏิบัติชอบในสัมมา |
| ปฏิบัติ และ กุลบุตรเหล่านี้ ปฏิบัติผิดในมิจฉาปฏิบัติ, แต่พระสุภูติ- |
| เถระแสดงธรรมด้วยสามารถแห่งธรรมเท่านั้นว่า นี้ เป็นมิจฉาปฏิบัติ, |
| นี้เป็นสัมมาปฏิบัติ. เพราะเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรง |
|
|