๑๐๖๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๖๑
            [๒๗๔]  คำว่า   บางพวกมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดย
ความเป็นภัย  บางพวกมิได้เห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย
ความว่า  บุคคลผู้มีศรัทธา  เป็นคนมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความ
เป็นภัย  บุคคลผู้ไม่มีศรัทธา  เป็นคนมิได้เห็นปรโลกและโทษโดยความ
เป็นภัย,...บุคคลผู้มีปัญญา   เป็นคนมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความ
เป็นภัย     บุคคลผู้มีปัญญาทราม    เป็นคนมิได้เห็นปรโลกและโทษโดย
ความเป็นภัย.
            [๒๗๕]  คำว่า โลก ชื่อว่าโลก คือ  ขันธโลก  ธาตุโลก  อายตน-
โลก,  โลกคือภพวิบัติ  โลกคือสมภพวิบัติ,  โลกคือภพสมบัติ   โลกคือสมภพ
สมบัติ,   โลก ๑   คือสัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ได้เพราะอาหาร,   โลก  ๒   คือ
นามและรูป,   โลก ๓   คือเวทนา  ๓,  โลก  ๔   คืออาหาร  ๔,  โลก   ๕
คือ อุปาทานขันธ์  ๕,   โลก  ๖  คือ  อายตนะภายใน  ๖,  โลก ๗  คือ
ภูมิเป็นที่ตั้งวิญญาณ  ๗,  โลก ๘  คือ โลกธรรม ๘,   โลก  ๙   คือ  ภพ
เป็นที่อาศัยอยู่ของสัตว์  ๙,   โลก   ๑๐  คือ  อายตนะ  ๑๐,   โลก ๑๒  คือ
อายตนะ  ๑๒.   โลก  ๑๘   คือ   ธาตุ  ๑๘.
            [๒๗๖]  คำว่า  โทษ ชื่อว่าโทษ  คือ  กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง
อภิสังขารทั้งปวง    กรรมอันเป็นเหตุให้สัตว์ไปสู่ภพทั้งปวง    เป็นโทษ
ความสำคัญในโลกนี้และโทษนี้เป็นภัยอันแรงกล้า        ปรากฏแล้วด้วย
ประการดังนี้       เหมือนความสำคัญในศัตรูผู้เงื้อดาบเข้ามาจะฆ่าฉะนั้น
พระตถาคตย่อมทรงรู้   ทรงเห็น  ทรงทราบชัด  ทรงแทงตลอดซึ่งอินทรีย์
๕  ประการนี้  ด้วยอาการ  ๕๐ นี้   นี้เป็น อินทริยปโรปริยัตตญาณของ
พระตถาคต.
๖๘.  อรรถกถาอินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทส
            [๒๖๙]  พึงทราบวินิจฉัยในอินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทส
ดังต่อไปนี้.  เมื่อคำว่า   ตถคตสฺส  แม้ไม่มีโดยสรูปในอุทเทส  ท่าน
กล่าวว่า    ตถาคตสฺส    เพราะท่านกล่าวไว้ว่า   ญาณ   ๖  ไม่ทั่วไป
ด้วยสาวกทั้งหลาย. เพราะฉะนั้น  จึงถือเอาในนิทเทสแห่งคำว่า ตถาคต
อันสำเร็จแล้วโดยอรรถในอุทเทส.
            บทว่า  สตฺเต  ปสฺสติ - เห็นสัตว์ทั้งหลาย   คือ  ชื่อว่า  สัตว์
เพราะข้อง   คือ    เพราะถูกคล้องด้วยฉันทราคะในรูปเป็นต้น.    พระ-
ตถาคตทรงเห็นทรงตรวจดูสัตว์เหล่านั้น    ด้วยจักษุอันเป็น  อินทริย-
ปโรปริยัตตญาณ - ญาณกำหนดรู้ความหย่อนและยิ่งแห่งอินทรีย์ของ
สัตว์ทั้งหลาย.
            บทว่า   อปฺปรชฺกเข  -  ผู้มีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ  นี้   มี
วิเคราะห์ว่า     ชื่อว่า     อปฺปรชกฺขา -  เพราะอรรถว่าสัตว์มีธุลีมีราคะ
เป็นต้นน้อยในจักษุคือปัญญา.  หรือว่า   เพราะอรรถว่าสัตว์มีธุลี   คือ
ราคะเป็นต้นน้อย.  ซึ่งสัตว์เหล่านั้นผู้มีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ.