๑๐๖๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๖๙
            [๒๗๖]  บทว่า  วชฺชํ - โทษ  ท่านทำเป็นนปุงสกลิงค์  เพราะ
ไม่ได้แสดงด้วย   บทว่า   อสุโภ.
            บทว่า   กิเลสุ    คือ   กิเลสมีราคะเป็นต้น.
            บทว่า   ทุจฺจริตา   คือ   ทุจริตมีปาณาติบาตเป็นต้น.
            บทว่า   อภิสงฺขารา   คือ  สังขารมีปุญญาภิสังขารเป็นต้น.
            บทว่า  ภวคามิกมฺมา -  กรรมอันเป็นเหตุให้สัตว์ไปสู่ภพ  ชื่อว่า
ภวคามิโน   เพราะสัตว์ทั้งหลายไปสู่ภพด้วยอำนาจการให้วิบากของตน.
ท่านกล่าวกรรมอันให้เกิดวิบากแม้ในอภิสังขารทั้งหลาย.
            บทว่า   อิติ   เป็นบทแสดงประการดังกล่าวแล้ว.
            บทว่า  อิมสฺมิญฺจ โลเก  อิมสฺมิญฺจ   วชฺเช - ในโลกนี้และใน
โทษนี้  คือ   ในโลกและในโทษดังกล่าวแล้ว.
            บทว่า   ติพฺพา   ภยสญฺา - ความสำคัญว่าเป็นภัยอันแรงกล้า
คือ  ความสำคัญว่าเป็นภัยมีกำลัง  แต่ท่านกล่าวอรรถแห่ง  พล  ศัพท์ว่า
ติพฺพา.    ท่านกล่าวอรรถแห่ง   ภย   ศัพท์ว่า   ภยสญฺา.    เพราะว่า
โลกและโทษทั้งสอง    ชื่อว่า  ภัย   เพราะเป็นวัตถุแห่งภัย    และเพราะ
เป็นภัยเอง.   ความสำคัญว่า   ภัย  ก็ชื่อว่า ภยสญฺญา.
            บทว่า   ปจฺจุปฏฺ€ิตา   โหติ  - ปรากฏแล้ว   คือ  ปรากฏเพราะ
อาศัยภัยนั้น ๆ.   บทว่า   เสยฺยถาปิ   อุกฺขิตฺตาสิเต   วธเก - เหมือน
ความสำคัญในศัตรูผู้เงื้อดาบ   คือ  ความสำคัญว่าเป็นภัยกล้าแข็งปรากฏ
ในโลกและในโทษ เหมือนความสำคัญว่าเป็นภัยปรากฏในศัตรูผู้เงื้อดาบ
เพื่อประหารฉะนั้น.
            บทว่า  อิเมหิ   ปฺาสาย   อากาเรหิ  - ด้วยอาการ  ๕๐  นี้
คือ   ด้วยอาการ  ๕๐  ด้วยสามารถแห่งอาการอย่างละ ๕   ในปัญจกะ ๑๐
มีอัปปรชักขปัญจกะเป็นต้นอย่างหนึ่งๆ.
            บทว่า  อิมานิ   ปญฺจินฺทฺริยานิ   ได้แก่ อินทรีย์ ๕  มีสัทธินทรีย์
เป็นต้น.
            บทว่า  ชานาติ    คือ    พระตถาคตย่อมทรงรู้ด้วยพระปัญญา.
บทว่า  ปสฺสติ  คือ  ทรงกระทำดุจเห็นด้วยทิพจักษุ.  บทว่า  อญฺาติ
ทรงทราบชัด     คือ   ทรงทราบด้วยมารยาทแห่งอาการทั้งปวง.    บทว่า
ปฏิวิชฺฌติ - ทรงแทงตลอด   คือ   ทรงทำลายด้วยพระปัญญา    ด้วย
สามารถการเห็นหมดสิ้นมิได้เหลือเป็นเอกเทศ.
                  จบ  อรรถกถาอินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทส
อาสยานุสยญาณนิทเทส
            [๒๗๗]  ญาณในฉันทะเป็นที่มานอน  และกิเลสอันนอนเนื่อง
แห่งสัตว์ทั้งหลาย  ของพระตถาคต  เป็นไฉน ?