๑๐๗๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๗๕
บุคคลเหล่านั้น   ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยสมควรแก่การแทงตลอดอริยมรรค.
อภัพพบุคคลตรงกันข้ามกับภัพพบุคคลดังกล่าวแล้ว.
            บทมีอาทิว่า   กตโม  จ  สตฺตานํ  อาสโย -  ก็ฉันทะเป็นที่มา
นอนของสัตว์ทั้งหลายเป็นไฉน ?   เป็นปฏินิทเทส   คือ   เป็นการแสดง
ทวนบทนิทเทส.
            ในบทเหล่านั้นบทว่า  สสฺสโต  คือ  เที่ยง.
            บทว่า  โลโก    คือ   อัตตา.    สัตว์ทั้งหลายย่อมสำคัญว่า   สรีระ
เท่านั้นสูญหายไปในโลกนี้    ส่วนอัตตานั่นแหละมีอยู่ในโลกนี้และโลก
อื่น.  สัตว์ทั้งหลายกระทำความสำคัญว่า   ตนนั่นแหละย่อมมองดูตน  จึง
สำคัญว่าตนเป็นโลก    คือ   อัตตา.   บทว่า   อสสฺสโต   คือ  ไม่เที่ยง.
สัตว์ทั้งหลายสำคัญว่า   อัตตาย่อมสูญหายไปพร้อมกับสรีระนั่นเอง. บทว่า
อนฺตวา - โลกมีที่สุด   คือ   สัตว์ทั้งหลายยังฌานให้เกิดในกสิณเล็กน้อย
แล้วสำคัญว่า  จิตมีกสิณเล็กน้อยนั้นเป็นอารมณ์เป็นอัตตามีที่สุด.  บทว่า
อนนฺตวา - โลกไม่มีที่สุด  คือ   สัตว์ทั้งหลายยังฌานในกสิณไม่มีประ-
มาณ   ให้เกิดแล้วสำคัญว่า  จิตมีกสิณไม่มีประมาณนั้นเป็นอัตตาไม่มีที่
สุด.    บทว่า   ตํ  ชีวํ   ตํ  สรีรํ  คือ  ชีพก็อันนั้น     สรีระก็อันนั้น
ได้แก่   ชีพและสรีระก่อนนั้นนั่นเอง.   บทว่า  ชีโว   คือ  อัตตา   เป็น
นปุงสกลิงค์  เพราะลิงควิปลาส.       บทว่า   สรีรํ  ได้แก่   ขันธบัญจก
เพราะมีสภาพเป็นกอง.   บทว่า  อญฺํ   ชีวํ  อญฺํ  สรีรํ ชีพเป็น
อื่น    สรีระก็เป็นอื่น คือ  ชีพเป็นอย่างหนึ่ง  ขันธบัญจกก็เป็นอย่างหนึ่ง.
           บทว่า  โหติ   ตถาคโต   ปรมฺมรณา -  สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย
แล้วย่อมเป็นอีก    คือ   ขันธ์สูญไปในโลกนี้เท่านั้น     สัตว์เบื้องหน้าแต่
ตายแล้วยังมีอยู่ไม่สูญไป.      ในบทว่า   ตถาคโต  นี้   อาจารย์บางพวก
กล่าวว่าเป็นชื่อของสัตว์.       แต่บางพวกกล่าวว่าบทว่า    ตถาคโต   คือ
พระอรหันต์.     สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้เห็นโทษในฝ่ายว่าไม่มี    จึงถือเอา
อย่างนี้.
            บทว่า  น   โหติ     ตถาคตโต   ปรมฺมรณา  -  สัตว์เบื้องหน้า
แต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หาไม่  คือ แม้ขันธ์สูญไปในโลกนี้เท่านั้น,  สัตว์
เบื้องหน้าแต่ตายแล้วก็หาไม่   ไม่พินาศไป  ไม่ขาดสูญไป   สัตว์ทั้งหลาย
เหล่านี้   เห็นโทษในฝ่ายที่มีอยู่   จึงถือเอาอย่างนี้.
            บทว่า  โหติ  จ  น  จ   โหติ  -   สัตว์ตายไปแล้วเป็นอีกก็มี    ไม่
เป็นอีกก็มี    คือ     สัตว์เหล่านี้เห็นโทษในการกำหนดเอาแต่ฝ่ายหนึ่ง -
แล้วถือเอาทั้งสองฝ่ายเลย.
            บทว่า   เนว   โหติ   น   น   โหติ  -  สัตว์ตายไปแล้ว    เป็นอีก
ก็ไม่มี    ไม่เป็นอีกก็ไม่มี  คือ    สัตว์เหล่านี้เห็นการถึงโทษทั้งสองในการ
กำหนดสองฝ่าย   จึงถือเอาฝ่ายปฏิเสธสิ้นเชิงว่า   เป็นอีกก็ไม่มี   ไม่เป็น
อีกก็ไม่มี.