๑๐๗๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๗๗
            ต่อไปนี้เป็นนัยแห่งอรรถกถาในนิทเทสนี้    ท่านกล่าวถึงประเภท
แห่งทิฏฐิด้วยอาการ  ๑๐  มีอาทิว่า   สสฺสโต   โลโกติ   วา   ดังนี้.
            ในบทเหล่านั้นบทว่า  สสฺสโต   โลโก - โลกเที่ยง  คือ  เป็น
ทิฏฐิที่เป็นไปด้วยอาการยึดถือของผู้ที่ถือว่า       ขันธบัญจกเป็นโลกแล้ว
ยึดถือว่าโลกนี้เที่ยง   ยั่งยืนเป็นไปตลอดกาล.
            บทว่า  อสสฺสโต -  โลกไม่เที่ยง    คือ  เป็นทิฏฐิที่เป็นไปโดย
อาการถือว่าสูญของผู้ยึดถือโลกว่าทำลายสูญ.
            บทว่า  อนฺตวา  - โลกมีที่สุด   คือ   ทิฏฐิเป็นไปโดยอาการของ
การถือเอาว่าโลกมีที่สุดของผู้ถือรูปธรรมและอรูปธรรมในภายในสมาบัติ
ของผู้เข้ากสิณได้เล็กน้อยประมาณเท่ากระด้ง    หรือประมาณเท่าถ้วยว่า
โลกนั่นแหละมีที่สุดด้วยการกำหนดกสิณ. ทิฏฐินั้น   เป็นสัสสตทิฏฐิบ้าง
อุจเฉททิฏฐิบ้าง.     ทิฏฐิอันเป็นไปโดยอาการถือเอาว่า     โลกไม่มีที่สุด
ของผู้ถือรูปธรรมและอรูปธรรมอันเป็นไปแล้วในภายในสมาบัติ   ของผู้
เข้ากสิณนั้น     ผู้ได้กสิณไพบูลย์ว่า    โลกแลไม่ที่สุดด้วยกำหนดกสิณ.
ทิฏฐินั้นเป็นสัสสตทิฏฐิบ้าง   เป็นอุจเฉททิฏฐิบ้าง.
            บทว่า  ตํ  ชีวํ  ตํ   สรีรํ - ชีพก็อันนั้น   สรีระก็อันนั้น   คือ
ทิฏฐิอันเป็นโดยอาการยึดถือความสูญว่า          เมือสรีระสูญแม้ชีพก็สูญ
เพราะถือว่าชีพของสรีระนั่นแหละ   มีการแตกไปเป็นธรรมดา.   ในบท
ที่สองทิฏฐิเป็นไปโดยอาการคือความเที่ยงว่า     แม้เมื่อสรีระสูญชีพก็ไม่
สูญ     เพราะถือว่าชีพอื่นจากสรีระ.
            ในบทนี้มีอาทิว่า  โหติ   ตถาคโต    มีความดังต่อไปนี้.
            ผู้ถือว่า   สัตว์ตายไปแล้วย่อมเป็นอีก   เป็นสัสสตทิฏฐิที่  ๑
            ผู้ถือวา  ไม่เป็นอรก   เป็นอุจเฉททิฏฐิที่ ๒.
            ผู้ถือว่า  เป็นอีกก็มี   ไม่เป็นอีกก็มี     เป็นเอกัจจสัสสตทิฏฐิที่  ๓.
            ผู้ถือว่า  เป็นอีกก็หามิได้  ไม่เป็นอีกก็หามิได้  เป็นอมราวิกเขป-
ทิฏฐิที่   ๔.
            ศัพท์ว่า   อิติ   เป็นศัพท์แสดงทิฏฐินิสัยดังกล่าวแล้ว.
            บทว่า    ภวทิฏฺ€ิสนฺนิสฺสิตา  วา  สตฺตา  โหนฺติ  วิภวทิฏฺ€ิ-
สนฺนิสฺสิตา  วา  -  สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้อาศัยทิฏฐิในภพก็มี  อาศัยทิฏฐิ
ในความปราศจากภพก็มี   ความว่า   ความเที่ยงท่านกล่าวว่า   ภพ  ทิฏฐิ
เกิดด้วยสามารถความเที่ยง   ชื่อว่า  ภวทิฏฐิ.   อธิบายว่า   บทว่า  ภโว
คือ   ทิฏฐิ.   ความสูญท่านกล่าวว่า   วิภวะ.  ทิฏฐิ   เกิดด้วยสามารถความ
สูญ  ชื่อว่า  วิภวทิฏฐิ.     อธิบายว่า   บทว่า  วิภโว  คือ  ทิฏฐิ ๑๐
ดังกล่าวแล้วย่อมมีเป็น ๒ อย่าง    คือ   ภวทิฏฐิ ๑   วิภวทิฏฐิ ๑.     ใน
ทิฏฐิ  ๒  เหล่านั้นสัตว์ทั้งหลายอาศัยทิฏฐิหนึ่ง  ๆ   ไม่เห็นแล้วจึงติดอยู่.