| บทว่า ปฏิลทฺธา โหติ - เป็นอันได้ คือ เป็นอันสัตว์ทั้งหลาย |
| ได้บรรลุแล้ว. การเข้าไปอาศัยความที่ขันติเป็นอิทัปปัจจัยเป็นของสูญ |
| ย่อมมีได้โดยความเห็นอย่างยิ่งของผล ด้วยความเห็นอย่างยิ่งของปัจจัย |
| เพราะปัจจุปบันธรรมทั้งหลายเป็นไปสืบเนื่อง ในเพราะความพร้อม. |
| เพรียงแห่งปัจจัย ความเข้าไปอาศัย ความที่ขันติเป็นของเที่ยงในธรรม |
| อันอาศัยกันเกิดขึ้น ย่อมมิโดยการเห็นความเกิดขึ้นแห่งปัจจยุปบัน- |
| ธรรมทั้งหลายใหม่ ๆ ในเพราะความพร้อมเพรียงแห่งปัจจัย การเห็น |
| ชอบอันเป็นไปแล้วว่า ไม่สูญ ไม่เที่ยง โดยการเห็นธรรมอันอาศัยกัน |
| เกิดขึ้น คือ ปฏิจจสมุปบาท ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างเหล่านี้ พึง |
| ทราบว่า อนุโลมิกขันติ คือ ขันติอันสมควร ด้วยประการฉะนี้เป็น |
| อันท่านกล่าวถึงสัมมาทิฏฐิอันเป็นปฏิปักษ์ต่อทิฏฐิทั้งสองนั้น. |
| บทว่า ยถาภูตํ วา าณํ - ยถาภูตญาณ คือ ญาณที่นำไป |
| ตามความเป็นจริง คือ ตามสภาพที่เป็นจริง. แม้ญาณที่เป็นไปในบท |
| นั้นท่านก็กล่าวว่า ยถาภูตญาณ โดยโวหาร อันเป็นวิสัย. ในนิทเทสนี้ |
| ท่านประสงค์เอาวิปัสสนาญาณ อันมีสังขารุเบกขาญาณเป็นที่สุด. แต่ |
| ภายหลังท่านกล่าวภยตูปัฏฐานญาณว่า ยถาภูตญาณทัสนะ. หรือควร |
| สัมพันธ์ว่า ยถาภูตญาณ เป็นอันสัตว์ทั้งหลายได้แล้ว. |
| บัดนี้ พระสารีบุตรเถระ ครั้นแสดงสันดานสัตว์อันมิจฉาทิฏฐิ |
| อบรมด้วยบทมีอาทิว่า สสฺสโต โลโก อันสัมมาทิฏฐิอบรม ด้วยบท |